***ร่วมกันสอดส่องดูแลชุมชนของเรา พบเห็นบุคคลหรือสิ่งต้องสงสัยแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน หรือโทร 1341 หรือ 1881 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ***

ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

วันนี้40
เดือนนี้1263
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด396864

Kubik-Rubik Joomla! Extensions

ผอ.รมน.ภาค ๔ แถลงนโยบายการปฏิบัติงาน “ สานใจสู่สันติ ”

แม่ทัพภาคที่ ๔/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ได้กล่าวว่านับตั้งแต่รับตำแหน่งมาได้ปฏิบัติตามนโยบายกองทัพบก โดยผู้บัญชาการทหารบก ได้มอบให้ในปี ๒๕๕๔ ซึ่งได้น้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นยุทธศาสตร์หลักในการปฏิบัติงาน และในยุทธศาสตร์รองได้มีการกำหนดเพิ่มอีก ๖ ยุทธศาสตร์ดังนี้

๑. การเสริมสร้างความเข้าใจ
๒. การพัฒนาศักยภาพทรัพยากรมนุษย์
๓. การป้องกันและแก้ไขปัญหาการแทรกซ้อน
๔. การดำเนินการด้านสิทธิมนุษยชนและการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ จากการบังคับใช้กฎหมาย
๕. การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน
๖. การมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วน

ในการปฏิบัติงานนั้นไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งแก้ปัญหาได้โดยลำพัง ต่อปัญหาที่มีความซับซ้อนกันหลายมิติ การทำงานจะไม่สามารถดำเนินการให้สำเร็จได้เลย หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน มาร่วมมือกัน จึงต้องมีการวางแนวทางที่จะทำความเข้าใจ และขอความร่วมมือกับทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม ภาคประชาชน และองค์กรต่างๆ ให้มามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา ซึ่งรวมทั้งให้ผู้ที่มีความคิดที่แตกต่างให้ออกมาแก้ไขปัญหาร่วมกันด้วย
     จากการประเมินสถานการณ์ที่ผ่านมา เมื่อมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลที่มีอยู่จึงนำมาเป็นพื้นฐานกำหนดแนวนโยบายออกมา เพื่อมุ่งแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ทำความเข้าใจแนวคิดพื้นฐานในแนวทางเดียวกัน ลดความหวาดระแวง โดยแนวทางดังกล่าวได้กำหนดเป็นนโยบายทั่วไป นโยบายเฉพาะหน้า และกำหนดเป้าหมาย เพื่อเป็นการติดตามและประเมินผลในห้วง ๖ เดือนแรก โดยใช้ชื่อนโยบายนี้ว่า “ สานใจสู่สันติ ” เพื่อสื่อให้ทุกฝ่ายเห็นว่า การสานใจให้ผูกพัน สานสอดคล้อง เป็นพวกพ้อง น้องพี่ จะเป็นหนทางที่ดีที่สุด ที่จะนำความปกติสุข กลับมาสู่ประชาชนได้ จึงให้ความสำคัญกับเรื่องการสร้าง และทำความความเข้าใจเป็นความสำคัญอันดับแรก ด้วยการน้อมนำยุทธศาสตร์พระราชทาน “ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ” และหลัก “ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ” มาเป็นแนวทางในการปฏิบัติงาน ซึ่งถือเป็นนโยบายที่ต้องยึดมั่นตลอดเวลาโดยมีเป้าหมายการทำงานที่ต้องการให้เกิดผลสัมฤทธิ์อันได้แก่

   • ทำให้พี่น้องประชาชนที่อพยพออกนอกพื้นที่ เนื่องจากผลกระทบด้านความปลอดภัย เดินทางกลับสู่ภูมิลำเนาด้วยความมั่นใจ คืนสู่ครอบครัวอย่างอบอุ่น 
   • เกิดกระแสรู้รัก สามัคคี ในพื้นที่ ทั้งไทยพุทธ และไทยมุสลิมให้อยู่ร่วมกันได้อย่าง สันติสุข
   • พี่น้องประชาชนไม่ยอมรับการก่อเหตุร้าย และหันมาให้การสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ เพื่อป้องกันและสกัดกั้นการที่จะก่อเหตุมากขึ้น
   • เกิดการมีส่วนร่วมทุกฝ่ายเพื่อกำหนดทิศทางในการแก้ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับปัญหาวิถีชีวิตของประชาชน
   • มีเครือข่ายร่วมรัฐและภาคประชาสังคมในการอนุรักษ์และฟื้นฟูสภาพแวดล้อมชัดเจน มีการทำงานร่วมกันมากขึ้น

     ในส่วนนโยบายด้านการทหาร การใช้กำลังเข้าปฏิบัติการทางการทหารจะยึดมั่นนโยบายกองทัพที่ให้ปฏิบัติตามแนวทางการเมืองนำการทหารอย่างเคร่งครัด การปฏิบัติการทางทหารมุ่งป้องปรามเป็นหลัก โดยถือหลักที่ว่า การปฏิบัติการใด ที่กระทำแล้วประชาชนเกลียดและไม่ยอมรับ ต้องไม่กระทำ การปฏิบัติทางทหารต้องให้ประชาชนยอมรับ และ ได้ใจประชาชน ปรับปรุงมาตรการควบคุมทางการทหารที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของประชาชนในด้านลบ เช่น การตั้งด่านตรวจในจุดที่ได้ผลน้อย สร้างความไม่สบายใจ จะต้องพิจารณา และทบทวน เมื่อมีการเข้าไปติดตามจับกุมต้องมีการชี้แจง สร้างความเข้าใจ และขอใช้ความรู้ประสบการณ์ และบทเรียนที่ได้จากการปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ รวมทั้งการที่ได้รับรู้ สัมผัสและเรียนรู้ถึงความรู้สึกของพี่น้องประชาชน มาเป็นพื้นฐานในการกำหนดแนวทางในการแก้ปัญหา โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้นำบทสรุปจากการบูรณาการทางด้านความคิดของผู้นำศาสนาในทุกพื้นที่มาเป็นกรอบแนวทางที่ถูกต้องในการปฏิบัติงานตามหลักศาสนา และวัฒธรรม ที่มีความหลากหลายของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยจะมุ่งมั่นและทุ่มเทในการปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถ จะร่วมมือ ร่วมใจทำงานร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง จะสานต่อแผนงานโครงการและการดำเนินการที่ผ่านมาให้บรรลุผลอย่างเป็นรูปธรรม และสนองตอบต่อ การแก้ปัญหามากขึ้น เพื่อดูแลให้ พี่น้องประชาชนในพื้นที่ทุกหมู่เหล่า มีความปลอดภัย สามารถดำเนินวิถีชีวิตได้เป็นปกติสุข

 

จาก : การแถลงนโยบายการปฏิบัติงาน “ สานใจสู่สันติ ” ของพลโท อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาคที่ ๔/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ เมื่อ ๒๗ ต.ค.๕๓ เวลา ๐๙.๓๐ น. ที่ห้องรับรอง กอ.รมน.ภาค ๔ สน. ( http://www.southpeace.go.th/actv/act_ 531027 _ 1. htm )