***ร่วมกันสอดส่องดูแลชุมชนของเรา พบเห็นบุคคลหรือสิ่งต้องสงสัยแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน หรือโทร 1341 หรือ 1881 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ***

ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

วันนี้40
เดือนนี้1263
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด396864

Kubik-Rubik Joomla! Extensions

สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำรัส เนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา “๑๒ สิงหามหาราชินี” เมื่อ ๑๑ สิงหาคม ๒๕๕๔ ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา

               สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ ทรงมีพระราชดำรัส ความว่า 
              “ข้าพเจ้าขอขอบคุณท่านนายกรัฐมนตรี และผู้แทนของข้าราชการทุกหมู่เหล่า ทั้งฝ่ายบริหาร ฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายตุลาการ ทหาร ตำรวจ พลเรือน รวมทั้งผู้แทนของสภา สมาคม องค์กรต่างๆ ซึ่งล้วนเป็นกลไกลสำคัญในการขับเคลื่อนบ้านเมืองของเราให้เจริญก้าวหน้ารวมทั้งนิสิต นักศึกษา และประชาชนจำนวน ๑๕,๓๐๔ คน ที่มาชุมนุมพร้อมกัน ณ ที่นี้ เพื่ออวยพรวันเกิดให้แก่ข้าพเจ้า ซึ่งมีอายุครบ ๗๙ ปี ท่านทั้งหลายเป็นกำลังให้มาก ขอขอบคุณผู้ที่ส่งจดหมายและคำประพันธ์จำนวนมาก ไปอวยพรข้าพเจ้า ขอขอบคุณหน่วยงานและบริษัทห้างร้านหลายแห่ง ที่ส่งคำอวยพรผ่านทางโทรทัศน์ วิทยุ หนังสือพิมพ์ และสื่อสารมวลชนแขนงต่างๆ บางหน่วยงานบำเพ็ญสาธารณกุศล หรือบำเพ็ญประโยชน์ แก่บ้านเมืองเพื่อข้าพเจ้า เช่น โรงพยาบาล ที่จัดทำโครงการช่วยชีวิตคนไข้เป็นจำนวนมาก หน่วยงานที่จัดพิธีอุปสมบทพระภิกษุและบรรพชาสามเณร หรือจัดเลี้ยงอาหารแก่ผู้ด้อยโอกาสเพื่อเป็นกุศลแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าได้รับทราบหมดแล้วด้วยความขอบคุณ และซาบซึ้งใจยิ่ง อีกทั้งในวันนี้ยังมีผู้ใจบุญที่ทราบว่า มีประชาชนเดินทางมาอวยพรแก่ข้าพเจ้านับหมื่นคน จึงขอมีส่วนช่วยดูแลประชาชน โดยจัดส่งอาหาร และเครื่องดื่มนานาชนิดมาให้ จนไม่อาจกล่าวถึงได้ครบถ้วน ข้าพเจ้าซาบซึ้งขอขอบคุณในน้ำใจไมตรี ของพวกท่านไว้ ณ ที่นี้ด้วยเช่นกัน
            สำหรับผู้ที่ส่งดอกไม้และสิ่งของต่างๆมาถวายเพื่อเป็นกำลังพระทัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เป็นประจำทุกวันที่โรงพยาบาลศิริราช ข้าพเจ้าขอแจ้งว่าขณะนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสบาย ขึ้นมากแล้ว เพียงแต่แพทย์ยังแนะนำให้ทรงทำกายภาพบำบัดต่อไป เพื่อให้ทรงพระดำเนินได้แข็งแรง พระองค์ท่านทรงงานได้เพิ่มขึ้น ทรงติดตามโครงการต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระยะนี้ที่มีฝนตกหนัก เพราะเป็นหน้าฝนเกิดปัญหาน้ำท่วมในภาคเหนือและภาคอีสานก็ทรงเป็นห่วงมาก ได้พระราชทานสิ่งของไปช่วยเหลือประชาชน ในพื้นที่น้ำท่วมหลายแห่ง และทรงเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมปรึกษาหารือถึงแนวทางที่จะช่วยเหลือประชาชน
           ส่วนการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าโดยเร่งด่วนนั้น ข้าพเจ้าได้เห็นหน่วยราชการ ทหาร ตำรวจ ตำรวจตระเวนชายแดน และองค์กรกุศลต่างๆ ได้ออกไปช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มกำลัง ทำให้ข้าพเจ้าซาบซึ้งใจมากว่าคนไทยไม่เคยทอดทิ้งกันในยามทุกข์ยากเลย ไม่ว่าจะเป็นยามเกิดภัยแล้งหรือน้ำท่วมก็ตาม เจ้าหน้าที่ทุกหน่วยดูแลราษฎรในพื้นที่ของตนเองอย่างสุดชีวิต จนบางครั้งเกิดเรื่องเศร้าสลดใจขึ้น เช่น เมื่อคราวน้ำท่วมจังหวัดสงขลา วันที่ ๑ พฤศจิกายน ๒๕๕๓ เราต้องสูญเสียร้อยตรีวัชรัตน์ บุญฤทธิ์ ปลัดอำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่อีกหนึ่งท่าน เพราะถูกน้ำพัดไประหว่างออกไปช่วยเหลือประชาชน
             ทุกวันที่ ๑๑ สิงหาคม ที่ท่านทั้งหลายมาชุมนุมกันเพื่ออวยพรวันเกิดให้ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะมีโอกาสเล่าเรื่องอะไรต่อมิอะไรให้ท่านทั้งหลายฟังครั้งหนึ่ง ซึ่งมีทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายที่เกิดขึ้นในรอบปีที่ผ่านมา รวมทั้งบางเรื่องที่นำมาเล่าซ้ำ เพราะตั้งใจที่จะเตือนความทรงจำของท่านทั้งหลาย ด้วยเรื่องแรกเป็นเรื่องโศกเศร้าของบ้านเมืองคือ การสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภา พัณณวดี พระราชธิดาองค์เดียวของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๖ และพระนางเจ้า สุวัทนาพระวรราชเทวี สมเด็จเจ้าพระภคินีเธอฯ พระองค์นี้ ทรงพระเมตตากรุณาต่อประชาชนชาวไทย มาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ ข้าพเจ้าจึงขอขอบคุณรัฐบาลที่จะจัดงานพระศพอย่างสมพระเกียรติยศ และขอขอบคุณหน่วยงานทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั้งหลาย ที่ทยอยกันไปถวายบังคม และฟัง สวดพระอภิธรรมในงานพระศพอย่างไม่ขาดสาย
           ข่าวเศร้าอีกข่าวหนึ่ง ก็เป็นข่าวใหญ่ที่เกิดขึ้นในเดือนที่แล้ว เช่นเดียวกันคือ ข่าวเฮลิคอปเตอร์ ของกองทัพบกตก ในบริเวณอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานถึง ๓ ลำ สูญเสียกำลังพลไป ๑๖ นาย และช่างภาพโทรทัศน์ช่อง ๕ อีก ๑ นาย ข้าพเจ้าเศร้าเสียใจ และรู้สึกเห็นใจครอบครัวของผู้สูญเสียทั้ง ๑๗ รายนี้อย่างยิ่ง ผู้สูญเสียทุกคน ล้วนอยู่ในวัยที่เป็นกำลังแข็งแกร่งของประเทศชาติ หลายคนมีลูกเล็กๆ ที่ยังไร้เดียงสา ซึ่งจากนี้ผู้เป็นแม่ ก็คงต้องรับหน้าที่เป็นทั้งพ่อและแม่ต่อไปให้ดีที่สุด แต่กรณีนี้เข้าใจว่าทางราชการคงดูแลครอบครัวของบุคคลเหล่านี้อย่างเต็มที่ เพราะทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อันสืบเนื่องมาแต่ภารกิจปกป้องผืนป่าของประเทศไทย ชาวไทยทั้งหลาย จึงควรระลึกถึงความดีของท่าน และร่วมกันปกป้องผืนป่าไว้ให้คงอยู่ต่อไป อย่าให้สูญเสียครั้งยิ่งใหญ่นี้ต้องเป็นความสูญเปล่า
           ข้าพเจ้าได้ติดตามข่าวนี้มาโดยตลอด ทราบว่าเจ้าหน้าที่ที่เดินป่าเข้าไปลำเลียงผู้เสียชีวิตออกมานั้นทำงานด้วยความเหน็ดเหนื่อย และยากลำบากแสนสาหัส ต้องทำงานแข่งกับเวลา ที่จะมืดค่ำลงในป่าที่รกทึบ ชื้นแฉะ และมีฝนตกตลอดเวลา อากาศก็หนาวเย็น ยังเต็มไปด้วยทาก และฝูงแมลงที่มาเกาะกินเลือด ทั่วร่างกาย ชาวไทยทุกคนที่ติดตามข่าวนี้ก็คงเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่ทุกท่านเช่นเดียวกับข้าพเจ้า พอทราบว่า ทุกท่านออกจากป่ามาได้โดยปลอดภัย ก็รู้สึกโล่งใจ และซาบซึ้งในความเสียสละของทุกท่าน ข้าพเจ้าคิดว่า บุญกุศลที่ท่านลำบากตรากตรำ ไปนำผู้เสียชีวิตออกมาคืนสู่ครอบครัวของเขา คงเป็นอานิสงส์ส่งให้ทุกท่านสุขภาพแข็งแรง ตลอดจนมีความเจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงานต่อไปอย่างแน่นอน
            เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมานี้เอง ม.จ.ภีศเดช รัชนี ได้เชิญให้ข้าพเจ้าไปเปิดงานโครงการหลวงครบรอบปีที่ ๔๒ ที่ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ โครงการหลวงเป็นโครงการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงสละพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งขึ้นตั้งแต่ พ.ศ.๒๕๑๒ โดยมี ม.จ.ภีศเดช รัชนี สนองพระบรมราชโองการในตำแหน่งประธานมูลนิธิโครงการหลวง ในการดำเนินงานได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัคร และหน่วยงานต่างๆ ต่อมารัฐบาล ได้ให้การสนับสนุนงบประมาณส่วนหนึ่ง จากนั้นองค์กร ประเทศ และรัฐบาลต่างประเทศ ที่สนใจเข้ามาดูงาน ก็ให้การสนับสนุนเพิ่มเติมก่อนที่จะเป็นโครงการหลวงนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯไป ตามดอยต่างๆ ไม่ทราบว่ากี่ร้อยครั้ง ลงจากรถพระที่นั่ง หรือเฮลิคอปเตอร์ แล้วก็ต้องทรงพระดำเนินต่อไป อีกหลายกิโลเมตร พระราชประสงค์ที่ทรงจัดตั้งโครงการหลวงก็เพื่อที่จะช่วยชาวไทยภูเขาให้เขาสามารถ ช่วยตนเองได้ในการเลี้ยงชีพ ปลูกพืชที่มีประโยชน์ เช่น พืช ผัก ผลไม้ และไม้ดอกเมืองหนาวมากกว่า ๒๐๐ ชนิด ทดแทนการปลูกพืชเสพติด ช่วยสร้างรายได้ให้ชาวไทยภูเขา สามารถเลี้ยงครอบครัวของเขา ได้ดีกว่าแต่ก่อน และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
             นอกจากนั้น โครงการหลวงยังช่วยลดการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าไม้ ซึ่งเป็นแหล่ง ต้นน้ำลำธารของไทย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรับสั่งว่าถ้าเราช่วยชาวไทยภูเขาให้อยู่ดีกินดี โดยไม่ต้องปลูกพืชเสพติด เท่ากับช่วยบ้านเมืองของเราให้ปลอดภัยได้ทั่วประเทศ และได้รักษาป่าไม้ รักษาดินให้เป็นประโยชน์ต่อไป ซึ่งประโยชน์อันนี้จะยั่งยืนมาก ขณะนี้ โครงการหลวงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นิยมไปท่องเที่ยวและพักผ่อนเป็นจำนวนมากทุกปี ผลงานของโครงการหลวงเป็นที่ประจักษ์ไปทั่วโลก หลายประเทศมาขอรับคำแนะนำ จนกลายเป็นต้นแบบของการพัฒนาพื้นที่สูงให้แก่หลายประเทศไปแล้ว
            นอกจากโครงการหลวงแล้ว พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวยังทรงมีโครงการพระราชดำริอีกมากมาย โครงการทั่วประเทศ ซึ่งข้าพเจ้าขอกล่าวอย่างกว้างๆ พอให้ท่านทั้งหลายทราบว่า พระองค์ท่านทรงห่วงใยประชาชนทุกภูมิภาคโดยเท่าเทียมกัน และการที่พระองค์เสด็จฯ ไปในพื้นที่ทุรกันดารด้วยพระองค์เอง ทำให้ทรงเข้าถึงปัญหาของแต่ละพื้นที่ และหาวิธีแก้ไขได้ตรงจุด ทั้งนี้ ทรงเชิญนักวิชาการต่างๆ มาร่วมปรึกษาหารือและช่วยดำเนินโครงการต่างๆ โครงการพระราชดำริโครงการแรกเกิดที่ภาคกลาง โดยทรงเริ่มโครงการอ่างเก็บน้ำที่เขาเต่า อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เมื่อ พ.ศ.๒๕๐๖ เพื่อช่วยชาวบ้านเขาเต่าที่ ขาดแคลนน้ำ ระหว่างประทับที่วังไกลกังวล ทรงพบว่าปัญหาของพื้นที่ใน จ.เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์ คือ ดินเป็นทราย ปลูกพืชไม่ค่อยขึ้น จึงทรงริเริ่มโครงการเกษตรขึ้น เช่น ที่หุบกระพง และดอนขุนห้วย ต่อมาทรงตั้งศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยทราย จ.เพชรบุรี เพื่อทดลองการปรับปรุงบำรุงดิน และมีการสร้าง อ่างเก็บน้ำไว้ใช้ในพื้นที่ด้วย
             เมื่อไม่กี่ปีนี้ก็โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ที่ จ.ลพบุรี และเขื่อนขุนด่านปราการชล ที่ จ.นครนายก เพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วมให้กรุงเทพฯ และปริมณฑล ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเป็นพื้นที่ราบสูง ขาดแคลนน้ำและสภาพดินเป็นดินทรายแห้งแล้ง จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างอ่างเก็บน้ำ พร้อมด้วยคลอง ส่งน้ำขึ้นหลายแห่ง ต่อมาทรงสร้างศูนย์ศึกษาการพัฒนาภูพาน จ.สกลนคร เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้การรักษา และฟื้นฟูสภาพป่าต้นน้ำลำธาร และการบำรุงดิน เป็นต้น
ที่ภาคใต้เฉพาะอย่างยิ่งที่ จ.นราธิวาส พระองค์ท่านประทับเรือไปในเขตพรุ ซึ่งมีพื้นที่มหาศาล น้ำในพรุนั้นมองดูใสสะอาด แม้แต่วัวยังหลงไปกิน และปากก็เปื่อยเป็นแผลนาน เพราะน้ำนั้นมีฤทธิ์ เป็นกรด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจะทรงสั่งให้เตรียมขวดน้ำและทรงตักน้ำด้วยพระองค์เอง เพื่อนำน้ำ มาให้กรมชลประทานทดสอบคุณภาพ พระองค์ท่านมีพระราชประสงค์จะทรงเพิ่มพื้นที่ปลูกข้าว ในภาคใต้ โดยทรงมีพระราชดำริว่า พื้นที่ตามขอบพรุนั้น น่าจะปรับปรุงให้เป็นพื้นที่เพาะปลูกได้ จึงทรงปรึกษาผู้เชี่ยวชาญหลายหน่วยงาน เช่น กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน กรมวิชาการเกษตร เป็นต้น เพื่อให้ ขุดคลองระบายน้ำในพรุออก โดยให้มีประตูระบายน้ำ เพื่อควบคุมระดับน้ำในพรุ และพระราชทานคำแนะนำในการแก้ปัญหาดินเปรี้ยว จนสามารถปรับปรุงที่นาที่ถูกทิ้งมา ๒๐ - ๓๐ ปี ให้นำมาใช้ประโยชน์ได้มากกว่าแสนไร่ เช่น ที่นราธิวาสได้ ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ นครศรีธรรมราช ๒๐,๐๐๐ กว่าไร่ ปัตตานี ๑๐,๐๐๐ กว่าไร่ เป็นต้น แต่เดิมชาวบ้านปลูกข้าวได้แค่ไร่ละ ๔ – ๕ ถัง เดี๋ยวนี้เพิ่มเป็น ๕๐ ถังแล้ว และยังปลูกพืชผักผลไม้ ได้อีกหลายชนิด รวมทั้งเลี้ยงสัตว์ด้วย ซึ่งชาวบ้านกราบบังคมทูลขอพระราชทานให้ทรงทำเช่นนี้ในเขตพรุ ต่อไปอีก ก็รับสั่งว่า ถ้าทำให้พื้นที่พรุแห้งเพิ่มมากเกินไปในที่ใกล้ๆกันนี้ อาจจะเกิดไฟลุกขึ้นในพรุ ซึ่งจะเป็นอันตรายได้
               พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงติดตามงานทุกโครงการโดยตลอด และทรงงานละเอียดมาก ทุกอย่าง ภาพที่คุ้นตาประชาชนคือ ภาพที่ทรงถือแผนที่ที่ติดพระองค์เป็นประจำ แม้เวลาประทับ บนเฮลิคอปเตอร์ หรือเวลาที่ทรงขับรถยนต์พระที่นั่ง จะทรงวางแผนที่ไว้ข้างพระองค์ และทอดพระเนตร สภาพพื้นที่จริงเทียบกับแผนที่ และทรงซักถามชาวบ้านถึงชื่อหมู่บ้าน ถนน แม่น้ำลำคลอง ทรงทำ เครื่องหมายไว้ และเพิ่มเติมข้อมูลใหม่ลงไปเสมอ ในห้องทรงงานที่พระตำหนักทุกแห่ง จะมีแผนที่ ประเทศไทยขนาดใหญ่ติดผนังห้องไว้ ทำให้ทุกพื้นที่ในประเทศไทยอยู่ในสายพระเนตรตลอดเวลา
           ธนาคารข้าวเป็นโครงการหนึ่งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระราชดำริให้ตั้งขึ้น เพื่อให้ราษฎร ที่ประสบความเดือดร้อนมาขอยืมข้าวได้ เมื่อทำนาและมีข้าวเหลือจะนำมาใช้คืน โดยให้ชาวบ้านดูแลจัดการกันเอง ในเวลาต่อมาเมื่อข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปเยี่ยมราษฎรพื้นที่ภาคเหนือแทนพระองค์ ข้าพเจ้าได้ยึดถือแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจัดตั้งโครงการช่วยเหลือชาวไทยภูเขามาเป็นต้นแบบ โดยได้รับความร่วมมือจากกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อนุญาตให้ใช้พื้นที่ที่ถูกแผ้วถางจนโล่งเตียนหมดแล้ว จัดตั้งเป็นสถานีเกษตรที่สูง เพื่อช่วยเหลือชาวไทยภูเขาให้หยุดการทำไร่เลื่อนลอย และเปลี่ยนแปลงพื้นที่ที่เคยใช้ปลูกพืชเสพติด มาเป็นแปลงเกษตร ปลูกพืชเมืองหนาว และจัดตั้งฟาร์มตัวอย่างขึ้นในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน พะเยา น่าน เป็นต้น
          บางพื้นที่จัดทำเป็นโครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ เพื่อช่วยอนุรักษ์ป่าไม้ มีหลายพื้นที่ที่ราษฎร ได้ตระหนักถึงภัยธรรมชาติที่เคยเกิดขึ้นจากการที่ป่าส่วนมากถูกทำลาย จนเป็นสาเหตุให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก และแผ่นดินถล่มลงมาทับถมบ้านเรือน ในยามที่เกิดพายุและฝนตกหนัก ราษฎรจึงได้ช่วยกันปลูกป่า และคืน ผืนป่าให้แก่ทางราชการ ดังตัวอย่างเช่นที่ดอยอมพาย อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ และที่บ้านกอก บ้านจูน อ.ปัว จ.น่าน ราษฎรได้คืนผืนป่าให้ทางราชการเป็นจำนวนหลายพันไร่ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ บ้านห้วยหญ้าไทร อ.แม่สรวย จ.เชียงราย ก็สามารถช่วยฟื้นฟูสภาพป่าได้นับหมื่นไร่เช่นเดียวกัน
          ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ข้าพเจ้าได้ขอความร่วมมือจากหน่วยทหารในพื้นที่ หน่วยทหารพัฒนาของกองทัพไทย และส่วนราชการต่างๆ จัดตั้งโครงการป่ารักน้ำ โครงการบ้านเล็กในป่าใหญ่ หมู่บ้านเศรษฐกิจพอเพียง ฟาร์มตัวอย่าง และฝึกราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า เพื่อช่วยกันอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยเฉพาะป่าต้นน้ำลำธาร ให้กลับฟื้นคืนสภาพเป็นป่าที่สมบูรณ์ดังเดิม ทั้งนี้ก็เพื่อให้ป่าไม้เป็นแหล่งดูดซับน้ำ และช่วยชะลอการไหลของน้ำ มิให้เกิดน้ำป่าไหลหลาก ทำให้เกิดความเสียหายอย่างรุนแรง ดังที่เป็นข่าวในปัจจุบัน
           เมื่อครั้งที่ภาคกลางเกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ ทำให้ที่อยู่อาศัยและพื้นที่ทำกินของราษฎรได้รับ ความเสียหายหนัก โดยเฉพาะที่ จ.พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง และสิงห์บุรี ข้าพเจ้าได้ปรึกษา พล.อ.ณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ ขอให้ไปหาที่จัดตั้งฟาร์มตัวอย่างขึ้นที่ อ.บางระจัน จ.สิงห์บุรี อ.แสวงหา จ.อ่างทอง และ อ.นครหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อช่วยให้ราษฎรมีงานทำ ได้แก่ การเพาะปลูก เลี้ยงสัตว์ และงานศิลปาชีพ เป็นการทำตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว ที่เคยมีพระราชปรารภกับข้าพเจ้าว่า การแจกของในยามที่ราษฎรประสบภัยพิบัติต่างๆ เป็นการช่วยเหลือแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ได้เพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆ มิใช่การแก้ปัญหาอย่างถาวร การแก้ปัญหาอย่างถาวรต้องช่วยให้ราษฎรมีอาชีพ มีงานทำอย่างถาวร จึงจะเรียกว่าเป็นการช่วยที่ยั่งยืน ดังนั้น โครงการฟาร์มตัวอย่าง และโครงการศิลปาชีพ จึงเป็นการช่วยให้ราษฎรมีอาชีพยั่งยืนตามแนวพระราชดำรินั่นเอง
            สำหรับงานศิลปาชีพ เป็นงานที่ข้าพเจ้าภูมิใจมาก เพราะว่าเป็นงานที่ทำให้ข้าพเจ้าทราบว่าคนไทย ของเราเก่ง มีสายเลือดของช่างฝีมืออยู่ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นชาวนา ชาวไร่ หรือมีอาชีพใด อยู่สารทิศใด คนไทยเรามีความละเอียดอ่อนและฉับไวต่อการรับศิลปะทุกชนิด ขอเพียงแต่ให้เขามีโอกาสได้เรียนรู้และฝึกฝน เขาก็จะแสดงความสามารถออกมาให้เห็นได้ ดังผลงานที่ปรากฏเป็นที่ประจักษ์ ซึ่งข้าพเจ้าได้ให้นำมาจัดแสดงไว้ให้ประชาชนและชาวต่างชาติชม ณ พระที่นั่งอนันตสมาคม ผลงานเหล่านี้เป็นผลงานชั้นเลิศที่ถือได้ว่าเป็นสมบัติของแผ่นดิน ชาวต่างชาติต่างๆ ซึ่งเป็นแขกของพระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และข้าพเจ้า ได้มีโอกาสมาเยี่ยมชม ต่างก็แสดงความคิดเห็นว่า ผลงานทุกชิ้นที่แสดงอยู่ที่พระที่นั่งอนันตสมาคม เป็นฝีมือของศิลปิน ชั้นเอกของโลก ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นฝีมือของลูกหลานชาวนา ชาวไร่ อันนี้เป็นความจริง คนไทยเราเก่งจริงๆ
           ต่อไปก็เป็นเรื่องโขน เป็นเรื่องการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทย ทราบว่าท่านทั้งหลายในที่นี้อาจได้ไปชมโขนชุดศึกมัยราพณ์ ปีนี้จัดแสดงต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ ๑๕ – ๓๑ กรกฎาคม และยังได้เพิ่มรอบการแสดงต่อไป จนถึงวันที่ ๗ สิงหาคม เพิ่งลาโรงไปไม่กี่วันนี้เอง การจัดแสดงโขนไม่ใช่เรื่องง่าย คณะครูผู้เชี่ยวชาญการโขน ศิลปินแห่งชาติ ผู้แสดง และผู้จัดการแสดง ต่างก็ทุ่มเทฝีมือ ความคิด และแรงกายแรงใจ อย่างสุดกำลัง ทำให้โขนออกมาสนุก ตื่นเต้นและสวยงามมาก มีฉากที่สร้างอย่างยิ่งใหญ่ เป็นที่ประทับใจคนดู เช่น ฉากหนุมานอมพลับพลา เป็นต้น ทุกครั้งที่จัดการแสดงโขน คณะกรรมการจะคัดเลือกนักแสดงรุ่นใหม่ มาเป็นผู้แสดงร่วม เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนได้มาฝึกฝนศิลปะการแสดงชั้นยอดของไทยจากปรมาจารย์โดยตรง เมืองไทยจะได้มีนักแสดง ฝีมือดี สืบทอดวิชาต่อไป
           ขณะเดียวกัน ต้องมีการจัดสร้างเครื่องแต่งกาย และฉากใหม่ๆ ทำให้ได้ช่างฝีมือหลายประเทศ ประเทศที่มีความสามารถเพิ่มขึ้นตามลำดับ รวมทั้งวงดนตรีปี่พาทย์ ผู้ขับร้อง และผู้พากย์บทด้วยกัน ขณะนี้ จึงพอมีความหวังแล้วว่าโขน ซึ่งเป็นศิลปะการแสดงชิ้นเอกของไทยคงไม่สูญหายไป เพื่อนของข้าพเจ้าซึ่งเป็นชาวอเมริกันได้ไปดูโขน และแสดงความตื่นเต้นอย่างมากเลย เป็นผู้ชายและบอกว่า โขนน่าจะลองเอาไปแสดง ที่ลอสแอนเจลิสบ้าง เพราะเชื่อว่าคนต่างประเทศที่จะชื่นชมมาก เป็นศิลปะที่เก่าแก่ งดงามและโก้เหลือเกิน ข้าพเจ้าปลื้มใจมากที่ทราบว่ามีผู้เข้าชมมากมายจากทั่วประเทศ เสียงชื่นชมทุกสารทิศที่ว่า โขนชุดนี้จัดได้ดีมาก เป็นที่ประทับใจผู้ชมทุกเพศ ทุกวัย ทำให้ข้าพเจ้าและคณะผู้จัดมีกำลังใจยิ่งขึ้นที่จะจัดโขนชุดต่อไปในปีหน้า
            ต่อไป ข้าพเจ้าขอแจ้งให้ทราบถึงโครงการจัดสร้างพระพุทธเมตตาประชาไทย ไตรโลกนาถ คันธารราษฎร์อนุสรณ์ ที่วัดทิพย์สุคนธาราม อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี โครงการนี้เกิดจากความริเริ่มของ เจ้าพระคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม ซึ่งเมื่อวันวิสาขบูชาปีที่แล้ว ข้าพเจ้าได้ไปทำบุญฟังเทศน์ ที่วัดชนะสงคราม สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ท่านได้ปรารภกับข้าพเจ้าเรื่องความตั้งใจที่จะสร้างพระพุทธรูปองค์สำคัญขึ้น วัตถุประสงค์คือ เพื่อเป็นศูนย์รวมความเคารพของพุทธศาสนิกชนอีกแห่งหนึ่ง และเพื่อเป็นอนุสรณ์ถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน ซึ่งถูกระเบิดทำลายไป เป็นข่าวใหญ่สะเทือนใจชาวพุทธทั่วโลก เมื่อหลายปีก่อน รวมทั้งเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๔ พรรษา กับเพื่อเป็นเกียรติแก่ข้าพเจ้าที่จะมี อายุ ๘๐ ไปในปีหน้า แหม รีบบอก เพิ่งจะ ๗๙ ปีนี้ บอก ๘๐ เมื่อข้าพเจ้าได้ทราบ ข้าพเจ้าก็รับปากกับเจ้าพระคุณสมเด็จฯ ว่า ข้าพเจ้าจะขอร่วมทำบุญ และจะพยายามสนับสนุนโครงการนี้ ให้ดำเนินไปจนสำเร็จ
            บัดนี้ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ท่านได้มรณภาพแล้ว เมื่อไม่กี่เดือนมานี้เอง ข้าพเจ้าจึงรับเป็น ผู้อุปถัมภ์โครงการ และปวารณาว่า จะดำเนินการให้ลุล่วงดั่งความตั้งใจของเจ้าพระคุณสมเด็จพระมหา ธีราจารย์ ผู้เป็นพระเถระชั้นผู้ใหญ่ และมีอุปการคุณแก่คณะสงฆ์ไทย และพุทธศาสนิกชนอย่างยิ่ง พระพุทธรูปองค์นี้สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ท่านเป็นผู้ออกแบบ ดูแลแก้ไข และเลือกทำเลที่จะประดิษฐานด้วย ตามแบบเป็นพระพุทธรูปปางคันธารราษฎร์ หรือที่เรียกว่า ปางขอฝน หล่อด้วยโลหะสัมฤทธิ์ จะสูง ๓๒ เมตร ซึ่งแทนความหมายถึงอาการแห่งกายครบ ๓๒ ประการของมนุษย์ ยืนบนฐานที่สูงประมาณ ๘ เมตร มีพุทธลักษณะงามมาก
           สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ตั้งชื่อว่า “พระพุทธเมตตาประชาไทย ไตรโลกนาถ คันธารราษฎร์อนุสรณ์” มีความหมาย ๓ ประการคือ ๑ เป็นพระพุทธรูป ซึ่งเป็นที่พึ่งของประชาชนชาวไทย และชาวโลก และเป็นพระพุทธรูป ซึ่งเป็นที่พึ่งของสามโลก ได้แก่ โลกสวรรค์ โลกมนุษย์ และยมโลก ๓ เป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้น เพื่อระลึกถึงพระพุทธรูปแห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน ก่อนที่พระพุทธรูปใหญ่แห่งบามิยัน ประเทศอัฟกานิสถาน จะถูกระเบิดทำลาย ประชาชนทั้งโลกเลย ทั้งเป็นศาสนาพุทธ หรือไม่ใช่พุทธศาสนา ต่างก็ขอร้องไปที่ประเทศอัฟกานิสถานว่า ขออย่าให้ระเบิดท่านเลย พระพุทธรูปแห่งบามิยัน เพราะท่านอายุตั้ง ๒,๐๐๐ ปีแล้ว อย่าระเบิดเลย แต่เขาก็ระเบิดอยู่ดี
            เพราะฉะนั้น สมเด็จท่านเลยคิดว่า ชาวไทยพุทธต้องช่วยกันสร้างพระพุทธรูปนี้ขึ้นแทน จากองค์ ที่ถูกระเบิดไปที่ประเทศอัฟกานิสถาน โครงการนี้จะต้องใช้ระยะเวลาดำเนินการ ๔ ปี จึงจะแล้วเสร็จ ที่ข้าพเจ้านำมาเล่าให้ท่านทั้งหลายฟัง ก็เพื่อจะบอกกล่าวให้แก่พุทธศาสนิกชนได้ทราบโดยทั่วกันว่า บ้านเมืองเรา กำลังจะมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่มาก เกิดขึ้นในเวลาไม่ช้า ไม่นานนี้
           เรื่องสำคัญอีกเรื่องหนึ่ง ที่ข้าพเจ้าอยากขอความร่วมมืออย่างจริงจังจากรัฐบาล และคนไทยทั้งชาติ นั่นคือการแก้ปัญหายาเสพติด ที่บ่อนทำลายสังคมไทยมาหลายสิบปีแล้ว และนับวันแต่จะรุนแรงขึ้น สมัยก่อนชาวไทยภูเขาเคยปลูกฝิ่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงอุตส่าห์อาบเหงื่อต่างน้ำ ตั้งโครงการหลวง ขึ้นมาแก้ไข ชวนชาวไทยภูเขาให้หันมาปลูกพืชเมืองหนาวแทน จนขณะนี้ พวกเขาเลิกปลูกฝิ่นไปแล้ว พืชเมืองหนาวทำรายได้ดีกว่ามาก
            ข้าพเจ้าก็นึกว่าจะเบาใจเรื่องยาเสพติดไปได้ ที่ไหนได้ กลับมีผู้ใช้ประเทศไทย เป็นทางผ่านของ ยาเสพติด และยังมีผู้ลักลอบผลิตอีกด้วย โดยเฉพาะชนิดที่แพร่ได้เร็วยิ่งกว่าเชื้อโรคคือ ยาบ้า เพราะสารตั้งต้นในการผลิตยาบ้าหาได้ง่าย ผลก็คือ คนไทยตกเป็นทาสยาบ้าไปแล้วเป็นล้านๆคน ทุกคนมีสุขภาพทรุดโทรม ทั้งร่างกาย จิตใจ สติปัญญาเสื่อมถอย ยาบ้าและยาเสพติดทั้งหลาย กำลังทำลายสังคมไทยอย่างน่ากลัว
            ข้าพเจ้าไม่สบายใจเลย ที่มีข่าวว่ายาบ้ามีขายทุกตรอกซอกซอย แม้กระทั่งในโรงเรียน หรือในวัด ผู้ผลิตยาเสพติด และผู้ขายกำลังทำตัวเป็นฆาตกร ฆ่าลูกหลานไทยอย่างเลือดเย็น น่าเป็นห่วงเหลือเกิน เมื่อ พ.ศ.๒๕๔๖ ข้าพเจ้าได้เคยมอบเงินจำนวนหนึ่งให้แก่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติด เพื่อสนับสนุนการแก้ปัญหายาเสพติด ต่อมาสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปราม ยาเสพติดได้นำเงินนี้ไปสมทบกับงบประมาณของสำนักงาน จัดตั้งเป็นกองทุนต่อต้านยาเสพติดขึ้น โดยขอใช้ชื่อว่า กองทุนแม่ของแผ่นดิน มอบให้หมู่บ้านที่เข้าร่วมการแก้ปัญหายาเสพติดในปี พ.ศ.๒๕๔๗ จำนวน ๖๗๒ หมู่บ้าน 
           จากนั้นรัฐบาลที่แล้ว รัฐบาลของคุณอภิสิทธิ์ก็ได้นำไปขยายผลจัดตั้งหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดินขึ้น ทั่วประเทศ เวลานี้มีหมู่บ้านเปล่าๆเข้าร่วมโครงการแล้วจำนวน ๑๒,๑๘๙ หมู่บ้าน และรัฐบาลนายกฯ อภิสิทธิ์ ได้จัดงานหาเงินสมทบทุนโครงการนี้ ได้เป็นเงินประมาณ ๓๐๐ ล้านบาท ซึ่งเมื่อเร็วๆนี้ข้าพเจ้าได้มอบเงินดังกล่าว แก่ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด สำหรับนำไปดำเนินการโครงการหมู่บ้านกองทุนแม่ของแผ่นดิน ข้าพเจ้าเชื่อแน่ว่า รัฐบาลต่อไปจะสานต่อโครงการนี้ อนึ่ง ถ้าสังคมไทยปล่อยให้รัฐบาลทำงาน ฝ่ายเดียวคงไม่สำเร็จ คนไทยทุกคนต้องผนึกกำลังมาช่วยกัน โดยเริ่มจากคนในครอบครัวก่อน ต่อจากนั้นก็คือ คนในสังคมทั้งหมดต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้แก่กันและกัน ควรต่อต้านและประณามผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติด รวมทั้งแจ้งให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการ ทำไมปล่อยให้ลูกหลานติดยา โดยไม่พาไปรักษา ท่านต้องให้เวลา และให้กำลังใจในการฟื้นฟูลูกหลานที่ติดยา เพื่อให้เขากลับคืนมาเป็นคนที่มีคุณภาพของสังคม และเป็น กำลังของครอบครัวต่อไป
มีอีกเรื่อง ข้าพเจ้ามีเรื่องอยากจะขอปรึกษาท่านทั้งหลาย ที่มีใจเมตตามาในงานของข้าพเจ้าวันนี้ เกี่ยวกับเหตุการณ์ทางภาคใต้ ที่ข้าพเจ้าทราบมาว่า มีผู้ก่อความไม่สงบลอบทำร้ายพระสงฆ์ขณะออกบิณฑบาตตามท้องถนน เป็นเหตุให้พระสงฆ์มรณภาพไปหลายรูป บางรูปทุพพลภาพ ต้องลาสิกขาบทจากสมณเพศ ความจริงการบิณฑบาตของพระสงฆ์ ถือเป็นการปฏิบัติกิจทางศาสนาตามพุทธบัญญัติ และเป็นประเพณี ของชาวพุทธที่ปฏิบัติสืบทอดกันมาแต่โบราณกาล ในอดีตที่ผ่านมาไม่เคยมีประวัติการทำร้ายพระสงฆ์ในขณะออกบิณฑบาต เพราะพระสงฆ์ไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้แก่สังคมแต่อย่างใด การทำบุญใส่บาตรก็เป็นไป ด้วยความสมัครใจ เมื่อมีเหตุการณ์ทำร้ายพระสงฆ์เกิดขึ้น ทำให้ข้าพเจ้าตกใจและรู้สึกเสียใจเป็นอย่างยิ่ง ถ้าเรามองย้อนกลับไปดูประวัติศาสตร์ของบ้านเรา ตั้งแต่สมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๔ ก็มีพวกมิชชันนารี นิกายศาสนาต่างๆ คาทอลิกโปรเตสแตนต์ เข้ามาชักชวนพระบาทสมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ขอให้พระองค์ทรงเข้ารีตนับถือศาสนาคริสต์ ก็ทรงรับฟัง และทรงพระเมตตาพระราชทานที่ดินให้จัดสร้างโบสถ์คริสต์ขึ้นในประเทศไทย พร้อมยังทรงขอร้องให้เข้ามาช่วยสอนภาษาอังกฤษและภาษาลาติน เพื่อจะได้ทรงศึกษาให้เข้าพระทัย ถึงแก่นแท้ของแต่ละศาสนา
              นอกจากนั้น ยังได้ทรงเชิญให้คณะมิชชันนารีร่วมเดินทางไปดูสุริยุปราคาที่ ต.หว้ากอ อ.เมือง จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งพระองค์ทรงคำนวณด้วยพระองค์เองว่าจะเกิดสุริยุปราคาเต็มดวง และเห็นได้อย่างชัดเจนที่ ต.หว้ากอ อย่างแม่นยำ จงทรงได้รับการยกย่องให้เป็นพระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย ด้วยน้ำพระทัย ที่เปิดกว้าง และเปี่ยมด้วยพระเมตตาของพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวดังกล่าวแล้ว ทำให้ ประเทศไทยของเราเป็นที่เลื่องลือไปในนานาประเทศว่า เป็นประเทศที่มีเสรีภาพในการนับถือศาสนาเรื่อยมาจนบัดนี้ จะได้เห็นว่า ในกรุงเทพมหานคร ของเรามีวัดพุทธ มีโบสถ์คริสต์ มีมัสยิดอิสลาม โบสถ์พราหมณ์ ที่เสาชิงช้า วัดแขกที่สีลม และศาลเจ้าต่างๆมากมาย โดยที่ทุกศาสนาต่างเพื่อปฏิบัติศาสนกิจของตนไปตามความเชื่อถือ ศรัทธาของแต่ละบุคคล ไม่เบียดเบียนกัน จึงทำให้ประเทศไทยได้รับการยกย่องจากประชาชนโลกว่าเป็นประเทศที่น่าอยู่ น่าท่องเที่ยว ประชาชนมีอัธยาศัยไมตรีดีงาม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งทำให้กรุงเทพมหานครได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองน่าท่องเที่ยวอันดับ ๑ ของโลกในปัจจุบัน
            สำหรับพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จเยี่ยมประชาชน ไปตามหมู่บ้านในชนบท ที่มีมัสยิด หรือโบสถ์ ในวัดพุทธ จะพระราชทานความช่วยเหลือทะนุบำรุงทุกศาสนาอย่างเท่าเทียมกัน มีการพระราชทานรางวัลแก่บรรดาโต๊ะอิหม่าม และครูสอนศาสนาอิสลามเป็นประจำทุกปี เมื่อข้าพเจ้ามีโอกาสได้ไปเยี่ยมประชาชนแทนพระองค์ในเวลาต่อมา ข้าพเจ้าก็ยึดถือปฏิบัติเช่นเดียวกับที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้ทรงเคยปฏิบัติมา ข้าพเจ้ายังจำภาพที่ชาวไทยมุสลิมแต่ละหมู่บ้านมายืน จุดเทียนรอส่งเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในยามดึกดื่นค่ำคืนด้วยความห่วงใย เพราะเกรงว่า จะมีอันตรายเกิดขึ้นกับพระองค์ ในขณะที่ทรงขับรถผ่านพื้นที่อันตรายต่างๆ ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจ ซาบซึ้ง ในความมีน้ำใจของราษฎรชาวไทยมุสลิมอยู่เสมอมิเคยลืม
            เมื่อข้าพเจ้าได้ทราบว่า ขณะนี้มีเหตุการณ์ทำร้ายพระสงฆ์ เกิดขึ้นอยู่เนืองๆ ในขณะออกบิณฑบาตตามหมู่บ้านของชุมชนไทยพุทธ ไม่เฉพาะแต่พระสงฆ์เท่านั้นที่ถูกลอบทำร้าย แม้แต่ราษฎรชาวไทย และชาวไทยมุสลิมเอง ตลอดจนข้าราชการครู ทหาร ตำรวจ พ่อค้า ประชาชน ก็ถูกลอบทำร้ายเช่นเดียวกัน สำหรับข้าราชการครูที่อยู่นอกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่อาสาลงไปสอนหนังสือในพื้นที่เสี่ยงภัยนั้น ข้าพเจ้าได้นำเงินที่ท่านทั้งหลายมอบให้ข้าพเจ้า และเป็นของขวัญวันเกิด ข้าพเจ้าได้นำเงินที่ท่านมอบให้ ไปจัดสร้างศูนย์ครูใต้ขึ้นที่ จ.ปัตตานี โดยมีการรักษาความปลอดภัยอย่างดี มีห้องสมุด ห้องประชุมอเนกประสงค์ และห้องสันทนาการต่างๆ สำหรับครูที่ลงไปสอนที่จังหวัดต่างๆ ภาคใต้ ได้พักผ่อนหย่อนใจ แลกเปลี่ยนความรู้กัน และมีอินเตอร์เน็ตเตรียมไว้สำหรับติดต่อกับเพื่อนครู และญาติพี่น้องทางบ้าน มีโรงเรียนในนั้นด้วย สำหรับลูกหลานครู และในบริเวณเดียวกันมีฟาร์มตัวอย่างสำหรับประชาชน เพาะปลูกและเลี้ยงสัตว์ด้วย
              ข้าพเจ้าจึงมีความซาบซึ้งในทุกๆ ท่านมาก ที่วันเกิดท่านได้มอบเงินให้แก่ข้าพเจ้าเป็นของขวัญ ข้าพเจ้าอยากจะบอกกับท่านว่า ได้นำเงินนั้นไปสร้างศูนย์ครูใหญ่แล้ว ซึ่งเป็นที่พึ่งของครูไทยที่ต้องไปสอนที่ จังหวัดภาคใต้ เข้าไปอยู่ในศูนย์ครูและปลอดภัยทุกประการ เพราะว่าข้าพเจ้าได้จัดให้มีผู้อารักขาล้อมรอบ ที่อยู่ปลอดภัย มีสตรีชาวไทยมุสลิมที่สูญเสียสามีได้มาขอความช่วยเหลือ ขอเข้ามาอาศัยในหมู่บ้าน เศรษฐกิจพอเพียง บ้านรอตันบาตู จ.นราธิวาส ที่ข้าพเจ้าได้ใช้เงินที่ท่านทั้งหลายให้ข้าพเจ้าในโอกาสวันเกิด โดยข้าพเจ้าได้สร้างขึ้นเพื่อไว้ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยที่ภาคใต้ จากความเดือดร้อนดังกล่าว
             ข้าพเจ้าไม่อยากเชื่อว่าจะเป็นการกระทำของชาวไทยมุสลิมที่มีน้ำใจเมตตา ดังที่ข้าพเจ้าได้เคยรู้จัก มาก่อน ในการที่ทำร้ายพระสงฆ์ จึงรู้สึกไม่สบายใจมาก ไม่คิดว่าเหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้ จะเกิดขึ้นในบ้านเมืองของเรา บ้านเมืองของเราซึ่งได้ชื่อไปทั่วโลกว่า เป็นประเทศประชาธิปไตย เพราะการกีดกันไม่ให้มีการใส่บาตรเช่นนี้ ต้องถือว่าเป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในการประกอบกิจทางศาสนา ข้าพเจ้า มีความเชื่อมั่นว่า เมื่อท่านทั้งหลายได้ยินข่าวเหล่านี้ คงมีความรู้สึกสะเทือนใจเช่นเดียวกับข้าพเจ้า และคง ไม่อยากให้เหตุการณ์รุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นในบ้านเมืองของเราอีกต่อไป ข้าพเจ้าจึงขอโอกาส ขอความร่วมมือ จากท่านทั้งหลายในวันนี้ ที่มาอวยพรวันเกิดข้าพเจ้า ได้ช่วยกันมีส่วนร่วมกันในความคิดหาวิธีที่จะนำความสงบสันติสุข กลับมาสู่ดินแดนภาคใต้ของเรา ให้ได้โดยเร็วที่สุด
             ข้าพเจ้าขอขอบคุณชาวไทยทั้งประเทศ ที่ตั้งใจทำความดีและสร้างบุญกุศลในเดือนสิงหาคม เพื่อเป็นของขวัญวันเกิดแก่ข้าพเจ้า ขอให้กุศลจากการคิดดีทำดีของคนไทยทั้งหลาย จงคุ้มครองคนไทยทุกคน ให้แคล้วคลาดจากภยันตรายทั้งปวง ขอให้ประเทศไทยเราร่มเย็นเป็นสุข รอดพ้นจากภัยธรรมชาติ และประชาชนทุกภาคสามารถทำมาหาเลี้ยงชีพได้อย่างปกติสุข มีกำลังกาย มีกำลังสติปัญญาที่จะนำพาประเทศชาติของเราให้เจริญก้าวหน้ายิ่งๆขึ้นสืบไป และขอให้ทุกท่านเดินทางกลับบ้านโดยปลอดภัยทุกๆคน ขอขอบคุณ”

*********************