***ร่วมกันสอดส่องดูแลชุมชนของเรา พบเห็นบุคคลหรือสิ่งต้องสงสัยแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน หรือโทร 1341 หรือ 1881 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ***

ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

วันนี้80
เดือนนี้2245
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด393604

Kubik-Rubik Joomla! Extensions

สันติสุข กับ สิทธิมนุษยชน

          หลังสงครามโลกครั้งที่ ๒ ยุติ ทุกประเทศต่างตระหนักและเห็นพิษภัยของสงครามที่สร้างความสูญเสียให้กับชีวิตมนุษย์ และความหายนะต่อประเทศอย่างมหาศาล และต่างก็มีความเห็นร่วมกันที่ให้มีข้อตกลงในอัน ที่จะป้องกันและยับยั้งการเกิดสงคราม จึงได้ร่วมกันจัดตั้งองค์การสหประชาชาติขึ้น โดยมีข้อตกลงซึ่งเรียกว่า “กฎบัตรแห่งสหประชาชาติ” ในหลายๆ ประการ ซึ่งประเทศที่เป็นสมาชิกร่วม ลงนามเรียกว่าสนธิสัญญาหรือปฏิญญาสากล ว่าด้วยเรื่องต่างๆ

 

 

 


            ปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษย์ชน เป็นหนึ่งในข้อตกลงดังกล่าว โดยตั้งอยู่พื้นฐานของหลักการว่า สิทธิในการมีชีวิตอยู่อย่างสมศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ เป็นของแต่ละบุคคลมาแล้วตั้งแต่เกิด ใครจะล่วงละเมิดมิได้ และได้กำหนดรายละเอียดของข้อตกลงที่เกี่ยวกับ สิทธิและ ความมั่นคงในชีวิต ซึ่งถือว่าทุกคนเป็นบุคคลตามกฎหมาย ห้ามทรมาน หรือลงโทษอย่างโหดร้าย หรือหยามเกียรติ คนทุกคนต้องได้รับการปฏิบัติเสมอภาคกัน ห้ามการจับกุม คุมขังหรือเนรเทศโดยพลการ และอื่นๆ

             ประเทศไทยเป็นหนึ่งในสมาชิก แห่งสหประชาชาติที่ได้ร่วมลงนามในข้อตกลง ดังกล่าว จึงส่งผลต่อการบริหารการปกครองประเทศ ซึ่งต้องกำหนดกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักการแห่งสิทธิมนุษยชนดังกล่าว โดยระบุเป็นแนวนโยบายของรัฐ ตลอดจนการดำเนินงานของกลุ่มชนหรือกลุ่มบุคคล โดยเฉพาะบุคคลที่มีหน้าที่ต่อชุมชน ตลอดจนการใช้สิทธิของบุคคลต้องไม่ขัดหลักการของปฏิญญานี้ ซึ่งแนวทาง และนโยบายดังกล่าว ได้ปรากฏชัดเจนในรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบัน

            จากบทความของ กล้วย กัทลี ในเว็บไซต์ www.jpthai.org ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของ คณะกรรมการ คาทอลิกเพื่อความยุติธรรมและสันติ ( ยส.) ได้อธิบาย ความสำคัญของสิทธิมนุษยชนกับการสร้างสันติภาพ สรุปได้ว่า ในการสร้างสันภาพบนโลกนั้น คนเป็นปัจจัยสำคัญ หากคนเราไม่สามารถที่จะดำรงชีวิตตามที่ตนพึงพอใจ ย่อมนำมาซึ่งปัญหาต่างๆ และหากคนบางคนโดยเฉพาะคนที่มีอำนาจ ที่ไม่สามารถมองเห็นคุณค่าความเป็นคนของคนอื่น และไม่เข้าใจความทุกข์ยากของคนอื่นในสังคม ไม่มีความเที่ยงตรงที่จะแก้ไขความอยุติธรรม ไม่มีความอดทนอดกลั้น มีแต่ความต้องการที่จะใช้และแสดงอำนาจ สุดท้ายก็จะนำไปสู่การละเมิดสิทธิความเป็นมนุษย์นั้นเอง อันเป็นสาเหตุของความขัดแย้งและเกิดเหตุความรุนแรงอย่างที่เห็นทั่วไป


สิทธิมนุษยชน ในการอยู่ร่วมกันบนความต่างของศาสนา

           การเข้าใจและเคารพในสิทธิมนุษยชน เป็นวิธีการหนึ่งที่จะช่วยให้เราเริ่มเข้าใจที่จะอยู่ร่วมกัน ได้ดียิ่งขึ้น ทั้งยังเป็นแนวทางที่ทุกคนและทุกประเทศ ควรส่งเสริมความเข้าใจและเคารพสิทธิมนุษยชน เป็นวิธีการหนึ่งที่สะท้อนแนวทางของพระเยซูผู้นำของเรา”

          ไม่เพียงแต่แนวทางของคาทอลิกเท่านั้นที่ส่งเสริมการเคารพในสิทธิของกันและกัน ซึ่งจะเห็นได้ว่าคำสอนทุกศาสนา ล้วนยึดหลัก แห่งความเมตตา และส่งเสริมให้มีความเข้าใจ มีความรัก ช่วยเหลือซึ่งกัน และกัน ซึ่งสอดคล้องและล้วนอยู่บนพื้นฐานของสิทธิมนุษยชน ซึ่งต่างเชื่อว่าความรัก ความเข้าใจ คือหนทางเดียวที่จะนำไปสู่สันติภาพอย่างถาวร

 

 

ส่วนสารสนเทศและประชาสัมพันธ์ ศูนย์สันติสุข
กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค ๔ ส่วนหน้า