***ร่วมกันสอดส่องดูแลชุมชนของเรา พบเห็นบุคคลหรือสิ่งต้องสงสัยแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน หรือโทร 1341 หรือ 1881 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ***

ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

วันนี้5
เดือนนี้619
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด416128

Kubik-Rubik Joomla! Extensions

วันต่อต้านยาเสพติดโลก

      วันต่อต้านยาเสพติดโลก (International Day against Drug Abuse and Illicit Trafficking)       ตรงกับวันที่ 26 มิถุนายนของทุกปี ตามประกาศตามมติของสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ (UNGA) เป็นวันสำคัญสากล เพื่อต่อต้านการใช้ยาในทางผิด และค้ายาที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย โดยหมายความถึงยาเสพติด ยึดถือเป็นวันสำคัญประจำปีมาตั้งแต่การประกาศเมื่อ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2531 (ค.ศ. 1988) เหตุที่กำหนดวันที่นี้เพื่อเป็นที่ระลึกแก่การถอนสัมปทานการค้าฝิ่นโดยนายอำเภอ หลิน เจ๋อสวี ตำบลหู่เหมิน มณฑลกวางตุ้ง ก่อนสงครามฝิ่น ครั้งแรก

      ประเทศไทยได้เผชิญกับปัญหา ยาเสพติด มาเป็นเวลาช้านาน รัฐบาลในแต่ละยุคได้ดำเนินการแก้ไขปัญหายาเสพติดมาตลอด จนกระทั่งใน พ.ศ. 2501 คณะปฏิวัติภายใต้การนำของจอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์          ได้ออกประกาศคณะปฏิวัติฉบับที่ 37 ลงวันที่ 9 ธันวาคม 2501 ให้เลิกการสูบฝิ่นทั่วราชอาณาจักรโดยมีการเผาทำลายฝิ่นและอุปกรณ์การสูบฝิ่นที่ท้องสนามหลวงในคืนวันที่ 30 มิถุนายน 2502 หลังจากนั้นปี พ.ศ. 2504 รัฐบาลได้จัดตั้ง “คณะกรรมการปราบปรามยาเสพติดให้โทษ” ใช้ชื่อย่อว่า ปปส. สังกัดสำนักนายกรัฐมนตรีโดยมีอธิบดีกรมตำรวจเป็นประธาน และมีผู้แทนจากทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเป็นกรรมการ
      ต่อมาในสมัยนายธานินทร์ กรัยวิเชียร เป็นนายกรัฐมนตรีรัฐบาลได้เล็งเห็นว่า การปราบปรามยา      เสพติดไม่สามารถแก้ไขได้ โดยการดำเนินการเฉพาะกรมตำรวจฝ่ายเดียว จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 ต่อสภาปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน และประกาศใช้เป็นกฎหมาย       เมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน 2519
      ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา การแก้ไขปัญหายาเสพติดของประเทศไทยก็ได้ดำเนินไปอย่างมีแบบแผนและ     เป็นระบบที่ดีขึ้น พระราชบัญญัติดังกล่าวได้กำหนดให้มีคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดหรือเรียกชื่อย่อว่า ป.ป.ส. โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และจัดตั้งสำนักงาน ป.ป.ส. ขึ้นเป็นหน่วยงานกลางรับผิดชอบโดยตรง มีฐานะเป็นกรม กรมหนึ่งในสำนักนายกรัฐมนตรี มีหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงาน            ที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดทั้งในประเทศและต่างประเทศ
      ผลจากปัญหายาเสพติด ได้ก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อมวลมนุษยชาติทั่วโลก ประเทศต่างๆ  ทั่วโลกจึงได้พยายามร่วมมือกัน เพื่อหาทางหยุดยั้งปัญหายาเสพติด ดังนั้นในการประชุมระหว่างประเทศว่าด้วยการใช้ยาในทางที่ผิด และการลักลอบใช้ยาเสพติด (International Conference on Drug Abuse and llicit Trafficking ICDAIT) ซึ่งจัดขึ้นที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ระหว่าง วันที่ 17-26 มิถุนายน 2530 ที่ประชุมได้มีมติให้เสนอ       สมัชชาใหญ่สหประชาชาติขอให้กำหนด วันที่ 26มิถุนายนของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติด ซึ่งที่ประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ ได้มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอดังกล่าวในการประชุมเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ. 2530
      ประเทศไทย สำนักงาน ป.ป.ส.ในฐานะหน่วยงานกลางที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติดในประเทศมาโดยตลอด ได้นำมติเรื่องวันต่อต้านยาเสพติดขององค์การสหประชาชาติเสนอต่อคณะรัฐมนตรีในการประชุมเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน 2531 ซึ่งที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้มีมติให้กำหนดวันที่ 26 มิถุนายน ของทุกปี เป็นวันต่อต้านยาเสพติดโดยเริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531เป็นต้นมา
      แผนยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด พ.ศ.2555
      รัฐบาล ถือว่าปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติที่จะต้องดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง และน้อมนำพระราชดำรัสของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถในเรื่องยาเสพติดมาปฏิบัติให้สำเร็จลุล่วง โดยใช้ยุทธศาสตร์พลังแผ่นดินเอาชนะยาเสพติด เป็นยุทธศาสตร์หลัก กำหนดกลยุทธ์สำคัญที่จะดำเนินการ คือ 7 แผน 4 ปรับ 3 หลัก 6 เร่ง เพื่อให้เป็นสิ่งที่ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยึดเป็นหลักในการขับเคลื่อนงานยาเสพติดี
      7 แผน ประกอบด้วย
แผนที่ 1 การสร้างพลังสังคมและพลังชุมชนเอาชนะยาเสพติด
แผนที่ 2 การแก้ไขปัญหาผู้เสพ/ผู้ติดยาเสพติด (Demand)
แผนที่ 3 การสร้างภูมิคุ้มกันและป้องกันยาเสพติด (Potential Demand)
แผนที่ 4 การปราบปรามยาเสพติดและบังคับใช้กฎหมาย (Supply)
แผนที่ 5 ความร่วมมือระหว่างประเทศ
แผนที่ 6 การสกัดกั้นยาเสพติด
แผนที่ 7 การบริหารจัดการแบบบูรณาการ

    4 ปรับ ประกอบด้วย
ปรับที่ 1 ปรับปรุงข้อมูล การข่าวให้ถูกต้อง ทันสมัย
ปรับที่ 2 ปรับบทบาท พฤติกรรมเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ปรับที่ 3 ปรับกฎหมาย กฎระเบียบ ข้อบังคับ
ปรับที่ 4 ปรับทัศนคติของสังคมและชุมชนมีส่วนร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติด

    3 หลัก ประกอบด้วย
หลักที่ 1 หลักการแก้ไขปัญหาโดยใช้หลักเมตตา ความรักในเพื่อนมนุษย์ อยากเห็นคนผิดกลับตัวเป็นคนดี คืนความรักให้ครอบครัว คืนสุขให้ชุมชน
หลักที่ 2 ยึดหลักนิติธรรม ใช้การบำบัด ป้องกัน ควบคู่ การปราบปราม
หลักที่ 3 หลักแก้ปัญหาโดยยึดพื้นที่เป็นตัวตั้ง หรือ Area Approach

    6 เร่ง ประกอบด้วย
เร่งที่ 1 เร่งดำเนินการในด้านข้อมูล ปัญหา
เร่งที่ 2 เร่งลดจำนวนผู้เสพยาจากหมู่บ้าน/ชุมชน
เร่งที่ 3 เร่งแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศและการสกัดกั้นยาเสพติด
เร่งที่ 4 เร่งปราบปรามผู้ค้า ลดความเดือดร้อนของประชาชนจากปัญหายาเสพติด
เร่งที่ 5 เร่งแก้ไขปัญหาเยาวชนกลุ่มเสี่ยงทั้งในและนอกสถานศึกษา
เร่งที่ 6 เร่งสร้างหมู่บ้าน/ชุมชนให้มีความเข้มแข็ง

    กิจกรรมที่จัดขึ้นในวันต่อต้านยาเสพติดส่วนใหญ่เป็นกิจกรรมด้านป้องกัน เช่นการเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด การจัดนิทรรศการการ เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ผ่านสื่อมวลชน การจัดสัมมนาทางวิชาการ เป็นต้น
    ในฐานะที่ประเทศไทยถือว่ายาเสพติดเป็นปัญหาสำคัญปัญหาหนึ่ง ดังนั้น ทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานภาครัฐบาลหรือเอกชน ควรจะร่วมมือกันในการป้องกัน และแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยร่วมกันจัดกิจกรรมตามกำลังความสามารถ เพื่อช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้ปลอดพ้นจากปัญหายาเสพติด และช่วยให้ผู้ที่ได้ตกเป็นทาสยาเสพติดได้มีโอกาสกลับเข้ามาอยู่ร่วมในสังคมอย่างปกติสุข

    โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งปัญหาเรื่องยาเสพติดนั้น เป็นภัยแทรกซ้อนที่สำคัญ และเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งในปัจจุบัน กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้กำหนดอยู่ใน ยุทธศาสตร์การป้องกันและการแก้ไขปัญหาภัยแทรกซ้อน ของยุทธศาสตร์การแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่่อนำมาซึ่งสันติสุขสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา อย่างเช่น โครงการ “มัสยิดสานใจ ป้องกันภัยยาเสพติด” ได้มีพิธีลงนามกิจกรรมรวมพลังป้องกันภัยยาเสพติด ปฏิญญาปัตตานี 2555 โดยการนำของ นายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี เป็นประธานในพิธีลงนาม และประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดยะลา นราธิวาส ปัตตานี สตูล และสงขลา ร่วมลงนามทำข้อตกลงในการที่จะเข้ามาร่วมแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างจริงจัง โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พล.ท.อุดมชัย ธรรมสาโรรัชต์ แม่ทัพภาค 4 และผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พล.ต.ท.ไพฑูรย์ ชูชัยยะ ผบ.ศชต. น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุขเขต 8 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง เลขาธิการ ศอ.บต. ผู้ว่าราชการจังหวัด ผู้นำศาสนา โต๊ะอิหม่ามใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมเป็นสักขีพยานจำนวนมาก
    โครงการมัสยิดสานใจ ป้องกันภัยยาเสพติด จึงเป็นโครงการที่ให้บทบาทมัสยิด ซึ่งเป็นสถานที่หลอมรวมจิตใจของคนในพื้นที่ ได้เขามามีส่วนร่วมในการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยใช้ศาสนาบำบัด ซึ่งใช้มัสยิดเป็นศูนย์กลางในการนำเยาวชนกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ ที่มีความสมัครใจที่จะเข้าร่วมโครงการ โดยทางมัสยิดที่เข้าร่วมโครงการ จะมีการจัดกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับโทษพิษภัย และวิธีป้องกันแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้กับครอบครัวร่วมโครงการทุกครอบครัว โดยใช้หลักการสันติวิธี ทั้งนี้ เพื่อให้การแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และได้ผลในระยะยาว

คนไทยทุกคนต้องผนึกกำลังมาช่วยกัน โดยเริ่มจากคนในครอบครัวก่อน ต่อจากนั้นคือ คนในสังคมทั้งหมดต้องช่วยกันเป็นหูเป็นตาให้แก่กันและกัน ควรต่อต้านและประณามผู้ผลิตและผู้ค้ายาเสพติด
พระราชดำรัส สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ
วันพฤหัสบดี ที่ 11 สิงหาคม 2554
ณ ศาลาดุสิดาลัย สวนจิตรลดา

ศึกษาองค์ความรู้เรื่องยาเสพติดเพิ่มเติม ได้ที่ลิ้งค์ด้านล่าง
http://www.sri.cmu.ac.th/~srilocal/drugs2012/

 

จัดทำ 26 มิ.ย. 2555
แหล่งอ้างอิง :http://irrigation.rid.go.th/rid15/ppn/Datebook/26%20June/drug.html
http://www.sri.cmu.ac.th/~srilocal/drugs2012/
http://information.oncb.go.th/index.php?option=com_content&task=view&id=233
http://th.wikipedia.org
http://www.oncb.go.th
http://www.nccd.go.th/