***ร่วมกันสอดส่องดูแลชุมชนของเรา พบเห็นบุคคลหรือสิ่งต้องสงสัยแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน หรือโทร 1341 หรือ 1881 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ***

ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

วันนี้28
เดือนนี้922
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด528116

Kubik-Rubik Joomla! Extensions

รอมฎอน

      ตามประกาศจุฬาราชมนตรี เรื่อง ดูดวงจันทร์เพื่อกำหนดวันที่ 1 ของเดือนรอมฎอน ประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1433 ให้พี่น้องชาวไทยมุสลิมทั่วประเทศดูดวงจันทร์ ในวันพฤหัสบดีที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ. 2555 เวลาหลังดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า หากมีผู้เห็นดวงจันทร์ในวันและเวลาดังกล่าว ก็จะเริ่มเข้าสู่ในห้วงของเดือน รอมฎอน หรือเดือนแห่งการถือศีลอด

      หลายคนที่นับถือต่างศาสนา คงสงสัยไม่ใช่น้อยว่า เดือนรอมฎอน ตามหลักศาสนาอิสลาม มีความสำคัญอย่างไร นอกเหนือไปจาก เป็นเดือนแห่งการถือศีลอดของชาวมุสลิมแล้ว
      รอมะฎอน หรือ รอมฎอน คือ เดือนที่ 9 ของปฏิทินฮิจญ์เราะฮฺ หรือปฏิทินอิสลาม เป็นเดือนที่มุสลิมถือศีลอดทั้งเดือน ด้วยเหตุนี้จึงเรียกกันอีกชื่อหนึ่งว่า เดือนบวช เป็นเดือนที่สำคัญที่สุดเดือนหนึ่ง เนื่องจากชาวมุสลิมจะต้องปฏิบัติเพราะเป็น ศาสนบัญญัติ ด้วยการงดอาหารทุกชนิด รวมถึงน้ำดื่ม ในช่วงเวลา พระอาทิตย์ขึ้นถึงพระอาทิตย์ตกดิน รวมทั้งให้อดทนต่อสิ่งรอบตัว หยุดทำความชั่ว และออกห่างจากสิ่งหรือคนที่จะชักนำเราไปสู่การฝ่าฝืนคำสั่งของพระเจ้า ไม่ว่าจะโดยมือ(ทำร้ายหรือขโมย) เท้า (เดินไปสู่สถานที่ต้องห้าม) ตา (ดูสิ่งลามก) หู (เช่นการฟังสิ่งไร้สาระ, ฟังเรื่องชาวบ้านนินทากัน) ปาก (การนินทาว่าร้ายคนอื่น โกหก โป้ปด)
      เดือนรอมฎอน เป็นเดือนที่จูงใจให้ผู้ศรัทธาทำความดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดือนอื่นๆ เน้นการบริจาคทาน หัวใจจะจดจ่ออยู่กับการแสดงความเคารพภักดี (อิบาดะฮฺ) ต่ออัลลอฮฺ และหันไปหาพระองค์มากขึ้น เรียกได้ว่า รอมฏอน เป็นเดือนแห่งการอบรมจิตใจนั่นเอง เพราะจะไม่ทำสิ่งไร้สาระ จะทำอะไรต้องระมัดระวังทุกการกระทำและคำพูด มิเช่นนั้น ก็จะเป็นการถือศีลอดที่ได้แค่เพียง การอดอาหาร เท่านั้นเอง รวมทั้งจะได้รับรู้ความยากลำบากคนที่ยากไร้ด้วย
      นอกจากถือศีลอด และทำทานแล้ว รอมฎอน ยังเป็นเดือนสุดประเสริฐ ที่มีการประทานคัมภีร์ อัล-กรุอาน (พระวัจนะของพระเจ้า) ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญชีวิตของมุสลิมทุกคน และเป็นเดือนแห่งความเมตตา ประตูสวรรค์เปิด ประตูนรกปิด เดือนนี้จึงหมั่นทำความดีให้มากๆ มุสลิมทุกคนที่บรรลุนิติภาวะแล้ว (อากิลบาเล็ฆ) มุสลิมจึงต้องอ่าน อัลกุร-อาน เพื่อศึกษาถึงสิ่งที่พระเจ้าต้องการให้มนุษย์รู้ว่า การเป็นอยู่ในโลกนี้และ โลกหน้าจะเป็นอย่างไร และจะต้องทำตัวอย่างไรบ้าง
      มุสลิมบางคนก็ยังไม่เข้าใจเป้าหมายแห่งการถือศีลอด หรือเป้าหมายของ ศาสนบัญญัติ ที่กำหนดให้ในหนึ่งปีมีเดือนหนึ่งอันเป็นเทศกาล แห่งคุณธรรมและจริยธรรม เพราะฉะนั้นจึงจำเป็นสำหรับเขาที่จะต้องพยายามทำความเข้าใจเดือน รอมฎอน ให้มากที่สุด เพื่อที่จะปรับปรุงอุปนิสัยและมารยาทของตน ให้สอดคล้องกับเป้าหมายของเดือนอันประเสริฐนี้

      ในสังคมมุสลิม มักจะมีบุคคลที่กมลสันดานของเขาชั่วช้าอย่างยิ่ง กระทำความผิดโดยไม่มีขอบเขต ละเมิดหลักการอย่างไม่จำกัด ท้าทายความดีแบบไม่มีความละอาย และอาจจะมีส่วนหนึ่งจากบุคคลจำพวกนี้ ที่ยังไม่รู้สึกตัวว่ามีความเลวขนาดนี้ บุคคลเหล่านี้จำเป็นต้องรับสารภาพกับตัวเองเสียก่อน ที่จะแสวงหาประโยชน์จากเดือน รอมฎอน เพราะการถือศีลอดหรือการทำบุญย่อมจะไม่มีผลในชีวิตของเขา ดังที่มันปรากฏกับพวกเขาตลอดชีวิต แม้จะถือศีลอดเดือน รอมฎอน มาเป็นสิบๆปี และ ยังมีการบริจาค ทำอุมเราะฮฺ ทำฮัจย์ แต่หาได้ยังผลต่อมารยาทจริยธรรมของเขาไม่ บุคคลเหล่านี้แหละที่ท่านนบี ศ็อลลัลลอฮุอะลัยฮิวะซัลลัม ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า จะไม่ได้อะไรนอกจากความหิวความกระหายเท่านั้น นอกเสียจากว่าพวกเขาจำเป็นต้องมีความตั้งใจอย่างแน่วแน่ เพื่อที่จะประสบความสำเร็จกับเดือน รอมฎอน ขอพระองค์อัลลอฮฺทรงประทานความเตาฟีกฮิดายะฮฺ และความสำเร็จแก่ พี่น้องทุกท่านด้วยเทอญ

    การตั้งใจกระทำความดีในเดือน รอมฎอน หาใช่เพียงการคิดฝันหรือความหวังอย่างเดียวไม่ แต่จะต้องมีการวางแผนอย่างละเอียด และเตรียมมานะ (อะซีมัต) ให้เข้มข้น เพื่อจะได้มีความพร้อมสำหรับเดือนรอมฎอน เพราะชาว อาคิเราะฮฺ จะวางแผนเพื่อโลกหน้า ดังเช่นชาวดุนยาที่มักจะวางแผนเพื่อโลกนี้ ตัวอย่างในการวางแผนในเดือน รอมฎอน คือ การจัดตารางทำอิบาดะฮฺ ทำความดี จะทำกี่ชนิดกี่อย่าง และจัดการบริหารเวลาในเดือนนี้อย่างมีระบบ

    ผู้ศรัทธาควรต้อนรับเดือน รอมฎอน ด้วยการทำสัญญากับ อัลลอฮฺ ให้พระองค์ทรงโปรดเอื้ออำนวยให้เราสามารถปฏิบัติ อิบาดะฮฺ อย่างจริงใจ และปฏิบัติตามคำมั่นสัญญานี้ด้วยความบริสุทธิ์ใจ

    บุคคลที่ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องถือศีลอดในเดือน รอมฎอน ได้แก่ คนเจ็บป่วย หญิงที่มีประจำเดือน หญิงที่ให้นมบุตร แต่หากมีความสามารถ ก็จะถือได้ หญิงที่ตั้งครรภ์ และคนแก่ชรา ที่ไม่มีความสามารถเพียงพอ ทั้งนี้ หญิงที่ตั้งครรภ์และที่ให้นมบุตร กับคนที่ไม่มีความสามารถที่จะถือศีลอดนั้น....ต้อง จ่ายเป็นทาน โดยจ่ายทานเป็นข้าวสาร จ่ายทานข้าวสาร วันละ 1 มุด (1 มุดประมาณ 6 ขีด) ส่วนคนเจ็บป่วย และ สตรีที่มีประจำเดือนนั้น ให้ถือศีลอดใช้ภายหลัง ให้ครบ ก่อนรอมฎอนในปีถัดไปช่วงเวลาที่เริ่มถือศีลอด คือตั้งแต่แสงพระอาทิตย์ขึ้น ถึง แสงพระอาทิตย์เริ่มตกดิน การคำนวณดูเวลาแสงพระอาทิตย์ ขึ้น-ตก ตามการคำนวณของหลักดาราศาสตร์อิสลาม วัดตามพิกัดองศาแต่ละพื้นที่ เวลาละ ศีลอดนั้นมักจะใช้อินทผลัมในการละศีลอด... เพราะเป็นแบบอย่างจากท่านนบีมูฮำมัด ซึ่งอินทผลัมนั้น ประกอบด้วยน้ำตาลฟรุกโตส กลูโคส น้ำ วิตามิน และแร่ธาตุ โดยเฉพาะน้ำตาลฟรุกโตส จัดเป็นสารอาหารที่ให้พลังงานแก่ร่างกายชนิดหนึ่ง และเข้าสู่ร่างกายได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นในสภาวะที่ร่างกายอ่อนเพลียจากการขาดพลังงานและน้ำ ลูกอินทผลัมน่าจะเป็นผลไม้ที่ดีชนิดหนึ่ง สำหรับผู้ที่จะละศีลอด ส่วนผลไม้ชนิดอื่นๆ ที่มีรสหวานก็สามารถทานได้

    อย่างไรก็ตาม วัตถุประสงค์ของเดือน รอมฎอน คือ เพื่อเพิ่มความยำเกรงพระเจ้าให้มากขึ้น ต้องการให้เราทำทานมากขึ้น รวมถึงยังให้ฝึกฝนตนเองไว้ให้พร้อมสำหรับ การญิฮาด (เสียสละ) ตลอดชีวิต สุดท้ายสร้างความสัมพันธ์ระหว่างเรากับคัมภีร์กุรอานให้มากยิ่งขึ้น
    การถือศีลอดเดือน รอมฎอน ตามบัญญัติอิสลาม เป็น อิบาดะฮฺ ที่ต้องมีการปฏิบัติในประชาชาติอิสลามโดยพร้อมเพรียงกัน เพราะต้องปฏิบัติในช่วงเดือน รอมฎอน ที่มีเพียงเดือนเดียวต่อปี จึงทำให้ชาวมุสลิมต้องตระหนักถึงความเป็นปึกแผ่นของการถือศีลอดในเดือนรอมฎอน ตามคำสอนของ อัลลอฮฺตะอาลา ที่ตรัสไว้ว่า

เดือนรอมฎอนนั้น เป็นเดือนที่อัลกุรอานถูกประทานลงมา ในฐานะเป็นข้อแนะนำสำหรับมนุษย์ และเป็นหลักฐานอันชัดเจนเกี่ยวกับข้อแนะนำนั้น และเกี่ยวกับสิ่งที่จำแนกระหว่างความจริงกับความเท็จ ดังนั้น ผู้ใดในหมู่พวกเจ้าเข้าอยู่ในเดือนนั้นแล้ว ก็จงถือศีลอดในเดือนนั้นเถิด

 

จัดทำ 16 ก.ค. 2555
แหล่งอ้างอิง :

http://www.islaminthailand.org

http://www.matichon.co.th