***ร่วมกันสอดส่องดูแลชุมชนของเรา พบเห็นบุคคลหรือสิ่งต้องสงสัยแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน หรือโทร 1341 หรือ 1881 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ***

ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

วันนี้28
เดือนนี้922
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด528116

Kubik-Rubik Joomla! Extensions

มาเลเซียร่วมมือไทย แก้ปัญหาไฟใต้อย่างสันติวิธี

มาเลเซียร่วมมือไทย แก้ปัญหาไฟใต้อย่างสันติวิธี

        มาเลเซียและไทย นอกจากมีความใกล้ชิดในสภาพภูมิศาสตร์พื้นที่ชายแดน ติดต่อกันแล้ว  ความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ประเทศ ยังแน่นแฟ้น ด้วยดีตลอดมา โดยที่ผ่านมาทั้ง 2 ประเทศมีผลประโยชน์ร่วมกัน รวมทั้งการแลกเปลี่ยนการเยือนในระดับ ต่างๆ ทั้งพระราชวงศ์ชั้นสูง รัฐบาล และประชาชน ในระดับท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีการไปมาหาสู่ กันในฐานะเครือญาติและเพื่อนฝูง ซึ่งนำไปสู่ความร่วมมือกันทั้งในด้านการค้าและ ด้านอื่น ๆ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายยังอนุญาตให้คนถือสัญชาติของอีกฝ่ายหนึ่ง ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ชายแดนใช้บัตรผ่านแดน ซึ่งออกให้โดยหน่วยงานปกครองท้องถิ่นของแต่ละฝ่ายแทนการใช้หนังสือเดินทางเพื่อผ่านด่านพรมแดนระหว่างกันได้
          ไทยสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับมาเลเซียเมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2500 มีสถานกงสุลใหญ่        ในมาเลเซีย 2 แห่ง (สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองปีนัง และสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองโกตาบารู) และมีสถานกงสุลประจำเกาะลังกาวี สำหรับหน่วยงานของมาเลเซียในไทยได้แก่ สถานเอกอัครราชทูตมาเลเซีย และสถานกงสุลใหญ่มาเลเซียประจำจังหวัดสงขลา 
http://talk.mthai.com/uploads/2012/02/21/76684-attachment.jpg          ทั้งสองฝ่ายได้จัดทำความตกลงในกรอบต่าง ๆ อย่างกว้างขวาง เพื่อส่งเสริมและขยายความร่วมมือระหว่างกัน ทั้งด้านความมั่นคง เศรษฐกิจ การศึกษา สาธารณสุข วิทยาศาสตร์ และคมนาคม ด้านศาสนาและวัฒนธรรม มีการแลกเปลี่ยนการเยือนของผู้นำศาสนาอิสลาม ทั้งในระดับจุฬาราชมนตรีและผู้นำศาสนา ทั้งจากส่วนกลางและในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านการบริหาร จัดการโรงเรียนสอนศาสนาอิสลามและวิทยาลัยอิหม่าม เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านกิจการศาสนาอิสลาม
        จากภารกิจ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 55 เวลา 15.30 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าประเทศไทย 1 ชั่วโมง นายกรัฐมนตรีได้หารือข้อราชการเต็มคณะ กับ นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย จากนั้น ได้แถลงข่าวร่วมกัน
          โดยนายกรัฐมนตรี แถลงว่า ไทยพร้อมร่วมมือกับมาเลเซีย ทั้งระดับทวิภาคี และระดับอาเซียน และประสานความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่าง 2 ประเทศ พร้อมกับยืนยันความพร้อมในการเป็นการเจ้าภาพจัดประชุมคณะกรรมการร่วมไทย – มาเลเซีย ครั้งที่ 12 เพื่อเสริมสร้างความร่วมมือให้มีความก้าวหน้า และ เร่งสรุปร่างความตกลงต่างๆ ที่ค้างอยู่ อาทิ ร่างความตกลงว่าด้วยการเดินทางข้ามแดน และร่างบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการต่อต้านการค้ามนุษย์
http://www.khaosod.co.th/view_resizing_images.php?filename=news-photo/khaosod/2012/02/p0104210255p1.jpg&width=360&height=360         นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นอกจากนี้ ไทยและมาเลเซียจะร่วมกันพัฒนาเศรษฐกิจ โครงสร้างพื้นฐาน และความกินดีอยู่ดีในพื้นที่ภาคใต้ กับรัฐทางตอนเหนือและตะวันออกของมาเลเซีย ในกรอบคณะกรรมการว่าด้วยยุทธศาสตร์การพัฒนาร่วมสำหรับพื้นที่ชายแดน ไทย-มาเลเซีย (JDS) ซึ่งจะช่วยสร้างเสถียรภาพและความมั่นคงตามแนวชายแดนไทย – มาเลเซีย โดยจะสร้างสะพานข้ามแม่น้ำ โก-ลก  2 แห่ง ที่ อ.สุไหงโก-ลก และ อ.ตากใบ และสนับสนุนมาเลเซีย           ในข้อเสนอที่จะส่งเสริมธุรกิจ และความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ระหว่างภาคเอกชนของ 2 ประเทศ ใน 6 สาขาสำคัญ ได้แก่ อุตสาหกรรมน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติ และพลังงาน อุตสาหกรรมยานยนต์ ยางพารา น้ำตาล ข้าว และการท่องเที่ยว
        “ไทยและมาเลเซีย ยังเห็นพ้องที่จะส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมฮาลาล ให้เห็นผลเป็นรูปธรรม เนื่องจากไทยมีจุดแข็งด้านฐานอุตสาหกรรมการเกษตร และความเชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์ฮาลาล ขณะที่ มาเลเซียได้รับการยอมรับด้านมาตรฐานสากล ดังนั้น จะมีการจับคู่ธุรกิจ SME ระหว่างจังหวัดชายแดนภาคใต้ของไทย กับจังหวัดทางเหนือของมาเลเซีย” นายกรัฐมนตรี กล่าว
http://t3.gstatic.com/images?q=tbn:ANd9GcRMyE90GpcbAHFaj5Eh-MAdACY5j95EKk2EuJetjljWOlgE8vyE      ด้าน นายนาจิบ ราซัค นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าวว่า มาเลเซียสนับสนุนการแก้ปัญหาชายแดนภาคใต้ของไทยอย่างสันติ ไม่เห็นด้วยกับความรุนแรง           ทุกรูปแบบ ทั้งการก่อเหตุและการปราบปราม  สนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่ภาคใต้ของไทย มีความจงรักภักดี และเคารพในสถาบันพระมหากษัตริย์ และหากเป็น          ไปได้ ต้องการให้รัฐบาลเข้าใจความรู้สึกของคนในพื้นที่ โดยส่งเสริมบทบาทด้านการศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรมให้มากขึ้น รวมถึงให้คนในพื้นที่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้านเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับ ตัวเอง และรัฐบาลต้องยึดหลักความไว้เนื้อ       เชื่อใจด้วย
          “ยืนยัน มาเลเซียไม่สนับสนุนให้มีการแบ่งแยกดินแดนทางภาคใต้ของไทย แต่ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจ และชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชนทั้ง 2 ประเทศ และสนับสนุนให้ประชาชนของ 2 ประเทศ ไปมาหาสู่กันได้สะดวก ด้วยการเชื่อมต่อเส้นทางคมนาคม แต่จะต้องมีการแก้ปัญหาบุคคล 2 สัญชาติ โดยใช้การพิสูจน์สัญชาติ เพื่อให้บุคคลเหล่านี้ถือสัญชาติเดียว” นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย กล่าว
         ภายหลัง นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ หนังสือพิมพ์นิว สเตรตส์ ไทม์ส ของมาเลเซีย รายงานว่า ชาวไทยมุสลิมล้วนยินดีที่ทางการมาเลเซียประกาศความเต็มใจที่จะยื่นมือเข้าช่วยแก้ปัญหาความไม่สงบในจังหวัดยะลา ปัตตานี และนราธิวาส
         นายหะยีอับดุลรอซัค อาลี ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนยินดี หลังนายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค เสนอที่จะช่วยนำสันติสุขคืนสู่จังหวัดชายแดนภาคใต้       ทั้งสาม และแสดงความเป็นห่วงเป็นใยชาวไทยมุสลิม
          “เราหวังว่าทั้งรัฐบาลมาเลเซียและรัฐบาลไทย จะสามารถหาทางออกโดยสันติ เพื่อแก้ปัญหาความรุนแรงในปัจจุบันของทั้งสามจังหวัด
         “ชาวบ้านส่วนใหญ่ต่างเหนื่อยอ่อนกับเหตุยิงและระเบิดที่เกิดขึ้น และเพียงต้องการดำเนินชีวิตตามปกติ”
         “สิ่งสำคัญที่สุด คือ ควรมีมาตรการรับประกันว่าประชาชนสามารถทำงาน และหาเลี้ยงปากท้องโดยไม่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรง” นายหะยีอับดุลรอซัค อาลี กล่าวไว้ในวันอังคาร ที่ 21 ก.พ. 55
          ด้านนายเจ๊ะอารง เจ๊ะอาลี นักการเมืองท้องถิ่นของอำเภอสุไหง-โกลก กล่าวว่า สันติสุขในจังหวัดชายแดนใต้ไม่เพียงนำความมั่นคงมาสู่คนไทย แต่ยังรวมถึงคนมาเลเซียด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประชาชน          ที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดน
         “คนไทยในจังหวัดภาคใต้ยังต้องพึ่งพามาเลเซียอยู่มาก โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจ ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นเรื่องดี เพราะความไม่สงบยืดเยื้อมานานเกินไปแล้ว ตั้งแต่ปะทุขึ้นเมื่อปี 2004
         “โดยเฉพาะคนมุสลิมได้รับผลกระทบหนัก หลายคนตกเป็นเหยื่อความรุนแรง และธุรกิจจำนวนมากต้องปิดตัวลงไป … เรายินดีกับแผนความร่วมมือของทั้งสองรัฐบาล และหวังว่าจะประสบผลในการนำสันติสุขคืนมา เพื่อประชาชนจะได้ไม่ต้องอยู่กับความกลัวอีกต่อไป
http://www.oknation.net/blog/home/blog_data/551/34551/images/SarasitBP/2010.03-spCulture.jpg         มูฮัมหมัด ซอรี อับดุลเลาะห์ มัคคุเทศก์ในจังหวัดปัตตานี แสดงความเห็นผ่าน นิว สเตรตส์ ไทม์ส ว่า ความพยายามเข้ามาช่วยแก้ปัญหาในไทยแสดงให้เห็นว่า มาเลเซียกังวลถึงสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นบริเวณชายแดน
         “ผมเชื่อว่ารัฐบาลมาเลเซียไม่ต้องการเห็นปัญหายืดเยื้อต่อไปอีก เพราะคนมาเลเซียที่เข้ามาเที่ยวก็อาจตกอยู่ในอันตรายเหมือนกัน
         “การท่องเที่ยวและธุรกิจต่างๆ ในสามจังหวัดชายแดนก็กำลังดิ่งเหว เพราะสถานการณ์ไม่สงบ และคนท้องที่จำนวนมากจำต้องไปหางานทำในมาเลเซีย
          จากการแถลงข่าวร่วมกัน ของนายกรัฐมนตรีไทย-มาเลเซีย ในโอกาส นายกรัฐมนตรีของไทย เดินทางเยือนมาเลเซียอย่างเป็นทางการ ได้ส่งผล จุดประกายความหวังให้กับประชาชนที่อยู่ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเบื่อหน่ายต่อเหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้น ว่าปัญหาความรุนแรงในปัจจุบันจะแก้ไขประสบผลในการนำสันติสุขคืนมา ประชาชนจะสามารถทำงานและหาเลี้ยงปากท้อง โดยไม่ตกเป็นเหยื่อของความรุนแรงอีกต่อไป รวมถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน และความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย

 

 

จัดทำ 29 ก.พ. 2555
แหล่งอ้างอิง : http://www.thaimuslim.com
http://news.mthai.com
http://www.idis.ru.ac.th/