***ร่วมกันสอดส่องดูแลชุมชนของเรา พบเห็นบุคคลหรือสิ่งต้องสงสัยแจ้งเจ้าหน้าที่โดยด่วน หรือโทร 1341 หรือ 1881 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ***

ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์

วันนี้2
เดือนนี้924
ผู้เยี่ยมชมทั้งหมด528118

Kubik-Rubik Joomla! Extensions

การประกอบพิธีฮัจย์

      ในปีหนึ่ง ๆ มุสลิมจากทั่วโลกประมาณ 3 ล้านกว่าคนจะเดินทางไปประกอบพีธีฮัจย์พร้อมกัน 1 ครั้ง ระยะเวลาที่ไปอาจจะไปแค่ประกอบพิธีฮัจย์ แล้วกลับเลย ส่วนมากจะไปที่เมืองมะดีนะห์ เพื่อไปละหมาดที่ Masjid Nabawi ก่อน แล้วเข้ามักกะห์ หรือ ไปมักกะห์เพื่อประกอบพิธีฮัจย์แล้วกลับมาที่มะดีนะห์ใช้เวลาโดยประมาณ 10-40 วัน และมีการเยี่ยมชมสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์

      การทำฮัจย์เป็นพิธีกรรมทางศาสนาเก่าแก่ที่มีมาก่อนสมัยของศาสดามุฮัมมัด จากหลักฐานในคัมภีร์กุรอาน การทำฮัจย์เริ่มต้นขึ้นเมื่อตอนที่อัลลอฮฺ ได้บัญชาให้ศาสดาอิบรอฮีม และอิสมาอิลผู้เป็นลูกชายร่วมกันสร้าง “บัยตุลเลาะห์.” (บ้านของอัลลอฮฺ) ขึ้นมาเพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการเคารพภักดีต่อพระองค์ เมื่อสร้างเสร็จแล้ว พระองค์ก็ทรงบัญชาให้ ศาสดาอิบรอฮีม เรียกร้องเชิญชวนมนุษยชาติ ให้มาร่วมกันแสดงความจงรักภักดีต่อพระองค์ที่บ้านดังกล่าว
      หลังจากสมัยของท่านศาสดาอิบรอฮีมแล้ว ด้วยความโง่เขลาและความหลงผิดของผู้คน รูปแบบของการทำฮัจย์ได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก เช่น แทนที่ผู้คนจะเคารพบูชาอัลลอฮฺ.แต่เพียงพระองค์เดียว พวกเขากลับเอารูปปั้นเทวรูปต่าง ๆ ที่พวกเขาบูชามาตั้งไว้รอบ ๆ กะอ.บะฮ. เพื่อสักการะบูชาในระหว่างการทำฮัจย์ และในพิธีการเดินรอบก๊ะอ.บ๊ะฮ.นั้น พวกเขาหลายคนได้เปลือยกายเดินรอบก๊ะอ.บ๊ะฮ.และอื่น ๆ อีกมากมายที่ท่านศาสดาอิบรอฮีมไม่ได้ทำแบบอย่างไว้ จนกระทั่งมาถึงสมัยของท่านศาสดามุฮัมมัด หลังจากที่ท่านเข้ายึดมักกะห์ ได้แล้ว ท่านได้สั่งให้ทำลายรูปปั้นบูชาต่าง ๆ รอบก๊ะอ.บ๊ะฮ.ลงจนหมดสิ้น และท่านได้แสดงแบบอย่างการทำฮัจย์ที่ถูกต้องให้บรรดาผู้ที่ศรัทธาในอัลลอฮฺ ปฏิบัติสืบทอดกันมาจนถึงปัจจุบัน ดังนั้น การทำฮัจย์ที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจึงเป็นฮัจย์ที่มีแบบอย่างมาจากท่านศาสดามุฮัมมัด
      การที่มุสลิมต้องไปประกอบพิธีฮัจย์นั้น อยู่ในหลักปฏิบัติของอิสลาม 5 ประการคือ 1.การกล่าวปฏิญาณตน 2.การละหมาด 3.การถือศีลอด 4.การจ่ายซะกาต 5.การประกอบพิธีฮัจย์
      การประกอบพิธีฮัจย์ เป็นหลักการหนึ่งของรุก่นอิสลาม อัลลอฮฺทรงตรัสไว้ในคัมภีร์ อัลกุรอาน ซูเราะฮฺ อาลิอิมรอน อายะฮฺที่ 97 ความว่า : และสำหรับอัลลอฮฺ (มีบทบัญญัติ) เหนือบรรดามนุษย์ คือการทำฮัจย์ ณ บัยตุลลอฮฺ สำหรับผู้ที่มีความสามารถเดินทางไปได้
      หมายถึงว่า มุสลิมที่มีสุขภาพแข็งแรง สติปัญญาสมบูรณ์ มีทรัพย์สินเพียงพอในการใช้จ่ายโดยมิต้องเป็นหนี้สินและเดือดร้อนบุคคลที่ต้องรับผิดชอบ และเส้นทางที่จะเดินทางไปจะต้องปลอดภัย

      ดังนั้น การนำที่ดินและทรัพย์สินไปจำนอง จำนำ หรือขาย เพื่อนำไปประกอบพีธีฮัจย์ โดยกลับมาแล้วไม่มีที่ทำกิน หรือเป็นเหตุที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ลูกหลาน จึงเป็นการกระทำที่ผิดศาสนบัญญัติ เช่นเดียวกับคนที่มีความสามารถพร้อมแต่ไม่ยอมไป เพราะเสียดายทรัพย์สินจะพร่องไป และถ้าหากไม่มีความสามารถด้านทรัพย์ และสุขภาพ ก็ไม่เป็นความผิดอย่างไร เพราะตกอยู่ในเหตุของการด้อยความสามารถ

    การทำฮัจญ์ เป็นอิบาดะห์หลักต่อ อัลลอฮฺ ซึ่งมีเป้าหมายในการขัดเกลาจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ ผู้ที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ต้องใช้ความอุตสาหะ เสียสละทั้งกำลังกาย ทรัพย์ กำลังสติปัญญาและ มีความสามารถอดทนต่อความยากลำบาก และมีความสามารถที่จะไปได้ โดยไม่ต้องกู้หนี้ ยืมสินของบุคคลอื่น

    พิธีฮัจญ์จะทำในเดือน ซุล-ฮิจยะห์ (เดือนที่ 12 ของปีฮิจเราะห์ศักราช) ของแต่ละปี การกำหนดพิธีฮัจย์นั้น จะใช้การดูเดือน เพื่อกำหนดวันต่างๆ โดยจะดูเดือนกันในวันที่ 29 เดือน ซุลเกี๊ยะดะห์ เพื่อกำหนด วันที่ 1 เดือนซุลฮิจยะห์ และวันที่ 10เดือนซุลฮิจยะห์ จะเป็นวัน อีดิ้ลอัฎฮา หรือ อีดใหญ่ (รายอ) ที่บ้านเรา ผู้ที่ไม่ได้ไปประกอบพิธีฮัจย์จะทำกรุบาน (เชือดสัตว์ และแบ่งปันเนื้อให้กับผู้ยากไร้)

    การประกอบพิธีฮัจญ์มี 3 แบบ
1. ตะมัตตัวะอฺ คือผู้ครองอิหฺรอมตั้งเจตนาทำอุมเราะฮฺก่อนการทำฮัจย์ ขณะที่เข้าสู่เทศกาลฮัจญ์แล้ว
2. อิฟร้อด คือผู้ครองอิหฺรอมหลังจากการทำการตอวาฟกุดูมแล้วเขาจะต้องสวมชุดอิหฺรอมจนกระทั้ง ถึงวันที่ 10 ซุลฮิจญะฮฺหลังจากนั้นจึงทำอุมเราะฮฺ
3. กิรอน คือผู้ครองอิหฺรอมตั้งเจตนาทำอุมเราะฮฺและการทำฮัจย์พร้อมกัน หลังจากการทำอุมเราะฮฺ คือ ตอวาฟและสะแอแล้ว ไม่ต้องโกนศีรษะหรือตัดผม แต่ให้เขาครองอิหฺรอมกระทั้งถึงวันที่ 10 ซุลฮิจญะฮฺ
    สถานที่สำคัญที่ใช้ในการประกอบพิธีฮัจย์คือ ทุ่งอารอฟะห์, ตำบลมุซดะลิฟะห์, ตำบลมีนา, และ อัล-กะบะฮฺ (การตอวาฟรอบกะบะห์นี้ ไม่ได้กระทำพร้อมกันในเวลาเดียวกัน)

    ข้อห้ามสำหรับผู้ที่ครองอิหฺรอม : ห้ามสวมเสื้อผ้าที่มีรอยเย็บ กางเกง กางเกงชั้นใน ห้ามสวมหมวก (สำหรับผู้ชาย) ห้ามใส่เครื่องหอมหรือน้ำหอมทุกชนิด ห้ามตัดเล็บ ตัดผม โกนหนวด ห้ามพูดจาหยาบคาย ไร้สาระ เกี้ยวพาราสี การนินทา และการทะเลาะวิวาท ห้ามมีเพศสัมพันธ์ เล้าโลม กอดจูบ ห้ามจัดพิธีนิกะฮฺ (แต่งงาน) หรือการหมั้น ห้ามไล่ล่าสัตว์ในเขตแผ่นดินฮะราม (ห้าม) ห้ามตัดหรือถอนต้นไม้ในเขตแผ่นดินฮะราม

สำหรับผู้ที่ต้องการจะไปประกอบพิธีฮัจย์เตรียมตัวอย่างไรบ้าง ?
    เมื่อตั้งใจจะไปก็ให้ติดต่อ บ.ที่บริการฮัจย์และอุมเราะฮฺ เพื่อเขาจะได้ดำเนินการต่างๆ เช่น การติดต่อ สถานทูต เพื่อยื่นขอ VISA HAJJI บาง บ. พาไปทำPassport บางบ.ก็ให้ไปทำเองหากใครสะดวกและทาง บ.จะดำเนินการจัดฉีดวัคซีน (เป็นข้อตกลงการเข้าเมือง) และติดต่อจองที่พัก +ตั๋วเครื่องบิน จัดหารถมารับส่ง และอาหาร การกินทุกวัน วันละ3 มื้อ และนักวิชาการ เพื่อสอนและดูแลเรื่องรายละเอียดการปฏิบัติพิธีฮัจย์ สรุปรวม คือ จัดการทุกอย่าง แค่จ่ายเงิน และ จัดการเอกสาร ยื่น Passport ก็พอ
    หากใครจะไปเอง ก็ต้องจัดการเองทุกอย่าง (ส่วนมากคนที่ไปเองจะเป็นคนประเทศใกล้ๆ ซาอุ) จะลำบากเรื่องการเดินทางและที่พักมากๆ ทางที่ดี ต้องสังกัด บ.ที่รับจัด (หรือแซะห์) เพื่อความสะดวกนั่นเองและแต่ละด่านจะมีการตรวจเรื่องหลักฐานการเข้าเมืองละเอียดมาก ดังนั้นการมี บ.สังกัด (ที่ได้รับอนุญาตจากทางการ) จะได้รับความสะดวกจากทางการและสะดวกในการเดินทางนั่นเอง
    ส่วนผู้ใดประสงค์จะเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ในปีถัดไป ต้องยื่นเรื่องล่วงหน้า หลังจากหมดพิธีฮัจย์ ปีนี้ไปแล้ว 1-4 เดือนก็ยื่นความจำนง ไปตาม ตัวแทน บ. ต่างๆได้ เพราะแต่ละประเทศ/แต่ละ บ.จะ มีโควตาจำกัด และทางซาอุดิอาระเบียเอง ก็จำกัดปริมาณผู้คนที่เข้าไปประกอบพิธีฮัจย์เช่นกัน (เนื่องจาก พื้นที่ จำกัด) และทางซาอุต้องดำเนินการ ด้านเจ้าหน้าที่ที่ต้องมาดูแลแต่ละประเทศ และแบ่งเป็นกลุ่มย่อยๆ อีก เพื่อดูแล ที่ พักอาศัยและอาหาร (ช่วงพิธีฮัจย์ อาหรับจะปรุงอาหาร) ให้ ที่ ต.มีนา และทุ่งอารอฟะห์ เรื่องสุขภาพ สำคัญมาก ออกกำลังกายไว้บ้างก็ดี บางทีต้องเดินเท้าไกล อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยๆ จะได้ปรับสภาพได้บ้าง

    และในปีนี้ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ศอ.บต. จัดโครงการส่งเสริมคนดีมีคุณธรรมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไปประกอบพิธีฮัจย์ ประจำปี 2555 เพื่อสนับสนุน การประกอบศาสนกิจแก่ผู้ทำคุณประโยชน์ต่อสังคม และมีรายชื่ออยู่ในบัญชี ซากาตประจำมัสยิด ให้เดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์ ณ นครเมกกะ ประเทศซาอุดิอารเบีย เพื่อเป็นตัวอย่างและแรงจูงใจ แก่ชาวไทยมุสลิมในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ให้นำคุณค่าการประกอบพิธีฮัจย์ มาแก้ปัญหาและสร้างสังคมสันติสุข และได้ประชุมพิจารณาคัดเลือกบุคคลเข้าร่วมโครงการ ฯเรียบร้อยแล้ว ผลการคัดเลือกบุคคลรวม 80 คน จากจังหวัดปัตตานี 20 คน จังหวัดนราธิวาส 20 คน จังหวัดยะลา 18 คน จังหวัดสตูล 10 คน และจังหวัดสงขลา 12 คน โดยมีกำหนดเดินทางระหว่างเดือนกันยายน – ตุลาคม 2555
(ตรวจสอบรายชื่อ)

คู่มือการเดินทางไปประกอบพิธีฮัจย์

 

(ฉบับย่อ)

 

จัดทำ 7 ก.ย. 2555
แหล่งอ้างอิง :

http://www.yalannanbaru.com
http://sbpac.go.th
http://www.dra.go.th
http://exten.pn.psu.ac.th/hajj/?content=main